คณะทรัพยากรฯ

หน้าแรก

แนะนำภาควิชาฯ

บุคลากร

หลักสูตร

งานวิจัย

บทความ

เอกสาร/ตำรา

Links อื่นๆ

 

จากโฮดส์แดรี่แมน : 4 จะป้องกันสภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำและสภาวะไข้นมในโคนมได้อย่างไร ?

 โดย...ผศ.ดร.สุรศักดิ์  คชภักดี  

“การให้โคได้รับอาหารที่มีระดับโปแตสเซียมหรือโซเดียมสูง และมีแมกนีเซียมต่ำในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนคลอด เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ และสภาวะไข้นมในโคนม …. และวิธีการป้องกันที่ได้ผลคือ ให้โคนมในช่วงนี้ได้รับอาหารที่มีระดับโปแตสเซียม 1.0-1.5 เปอร์เซ็นต์ แมกนีเซียม 0.4 เปอร์เซ็นต์ และคลอไรด์ 0.6 เปอร์เซ็นต์” คำกล่าวดังกล่าวเป็นบทสรุปของบทความ “จะป้องกันสภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำและสภาวะไข้นมในโคนมและได้อย่างไร” ซึ่งเขียนโดย จี อาร์ เอทเซลล์ จากคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน และ เจ พี กอพพ์ และอาร์ แอล โฮร์ส จากศูนย์โรคสัตว์แห่งชาติ กระทรวงเกษตรของประเทศสหรัฐอเมริกา และตีพิมพ์ในนิตยสาร โฮดส์แดรี่แมน ฉบับวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1999

โคที่มีสภาวะไข้นมมีโอกาสเกิดความผิดปกติอื่นได้ง่าย

ระดับของแคลเซียมในเลือด ของแม่โคตอนคลอดลูกลดต่ำลง เนื่องจากต้องสูญเสียแคลเซียมไปกับนมน้ำเหลืองและน้ำนม ในโคบางตัวถ้าระดับแคลเซียมในเลือดลดลงต่ำมากเกินไป จะทำให้การทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อผิดปกติ ทำให้โคมีสภาวะไข้นม แม้ว่าไข้นมจะรักษาได้ง่าย โดยการฉีดแคลเซียมเข้าทางเส้นเลือด แต่โคที่เป็นไข้นม มีโอกาสเป็นสภาวะคีโตซีส รกค้าง กระเพาะแท้เคลื่อน หรือโรคเต้านมอักเสบได้ง่าย เนื่องจาก

- เมื่อระดับแคลเซียมในเลือดลดลง ร่างกายโคจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติโซลออกมามาก ฮอร์โมนคอร์ติโซลจะไปกดระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เต้านมและมดลูกติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคเต้านมอักเสบและรกค้างได้

- เมื่อระดับแคลเซียมในเลือดต่ำ การทำงานของกล้ามเนื้อของโคจะผิดปกติ กล้ามเนื้อที่ควบคุมการเปิดปิดของรูหัวนมทำงานไม่เต็มที่ ทำให้รูหัวนมปิดไม่สนิท แบคทีเรียจึงเข้าไปยังเต้านมได้ง่าย และเมื่อกล้ามเนื้อของกระเพาะแท้ ไม่ทำงานตามปกติ จะมีแก๊สสะสมในกระเพาะแท้ กระเพาะจึงเคลื่อนตัวไปอยู่ด้านซ้ายของโค

- เมื่อระดับแคลเซียมในเลือดลดลง โคจะกินอาหารได้น้อยลง ทำให้โคได้รับพลังงานจากอาหารไม่เพียงพอ จึงต้องสลายไขมันที่สะสมไว้ในร่างกาย ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดสภาวะคีโตซีส และกระเพาะแท้เคลื่อนได้ง่าย

คำแนะนำในการประกอบสูตรอาหารของแม่โคใกล้คลอดเพื่อป้องกันสภาวะไข้นม

แร่ธาตุในอาหารเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการเกิดไข้นม โดยถ้าโคในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนคลอดได้รับอาหารที่มีโซเดียม และโปตัสเซียมในระดับสูง เนื่องจากแร่ธาตุเหล่านี้เป็นแร่ธาตุที่เป็นประจุบวก ซึ่งทำให้เลือดมีสภาพเป็นด่าง สภาพของเลือดที่เป็นด่าง จะไปขัดขวางการทำงานของฮอร์โมน ที่ทำหน้าที่ในการรักษาระดับแคลเซียมในเลือด และในพืชอาหารสัตว์ทั่วไป จะมีระดับโปตัส-เซียมสูง นอกจากนี้การใช้ปุ๋ยเคมีและมูลโค ยิ่งทำให้แร่ธาตุเหล่านี้ในพืชอาหารสัตว์ยิ่งสูงขึ้นไปอีก ดังนั้น การประกอบสูตรอาหารของแม่โคใกล้คลอด เพื่อป้องกันสภาวะไข้นม ควรดำเนินการดังนี้

ประการแรก วิเคราะห์หาเปอร์เซ็นต์โปแตสเซียมและโซเดียมในพืชอาหารสัตว์ ข้าวโพดหมักโดยทั่วไปมีโปตัสเซียมต่ำ (1.1-1.6%) แต่หญ้าแห้งและถั่วอัลฟัลฟาแห้ง มีโปตัสเซียมสูง (2-4.5%) และหญ้าและถั่วอัลฟัลฟาที่อ่อน จะมีเปอร์เซ็นต์โปตัสเซียมสูงกว่าหญ้าและถั่วอัลฟัลฟาที่มีอายุมาก ดังนั้น ในสูตรอาหารของแม่โคใกล้คลอด ควรใช้พืชอาหารสัตว์ที่มีโปตัสเซียมต่ำ อาหารที่มีระดับโปแตสเซียมสูง 2.2 เปอร์เซ็นต์จะทำให้โคนมเกิดสภาวะไข้นมได้ง่าย อาหารที่เหมาะสมจึงควรมีระดับโปแตสเซียมที่ประมาณ 1.0-1.5 เปอร์เซ็นต์

ประการที่สอง อาหารควรมีแมกนีเซียม 0.4 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้แมกนีเซียมคลอไรด์ แมกนีเซียมซัลเฟต หรือแมกนีเซียมออกไซด์ ควรมีกำมะถัน 0.2-0.25 เปอร์เซ็นต์ และโคควรได้รับฟอสฟอรัสจากอาหารวันละ 40-50 กรัม และแคลเซียมจากอาหารวันละ 120-150 กรัม

ประการที่สาม เพิ่มระดับให้คลอไรด์ในอาหาร เพื่อไปลดผลกระทบของโปแตสเซียม และทำให้ pH ของเลือดอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยการวัดค่า pH ของปัสสาวะ ค่า pH ของปัสสาวะของโค ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนคลอด ควรอยู่ในช่วง 6.2-6.8 แต่ถ้า pH มีค่าต่ำกว่า 5.7 แสดงว่าเลือดมีสภาพเป็นกรดมากเกินไป และจะทำให้โคกินอาหารได้น้อยลง การเก็บตัวอย่างปัสสาวะไปวัดค่า pH ควรเก็บตัวอย่างจากบริเวณส่วนกลางของลำปัสสาวะ และควรจะเก็บจากโคจำนวนมากพอสมควร ส่วนเวลาที่เหมาะสมในการเก็บ ควรอยู่ประมาณ 6-9 ชั่วโมงหลังจากโคได้รับอาหาร

ระดับคลอไรด์ในอาหารของโคในช่วงนี้ควรอยู่ประมาณ 0.6 เปอร์เซ็นต์ โดยอาจใช้แคลเซียมคลอไรด์ แมกนีเซียมคลอไรด์ หรือแอมโมเนียมคลอไรด์ อย่างไรก็ตาม แหล่งของคลอไรด์เหล่านี้มีความน่ากินต่ำ อาจทำให้โคกินอาหารได้น้อยลง ดังนั้นถ้าโคกินอาหารได้น้อย ควรเลือกใช้แหล่งของคลอไรด์ที่มีความน่ากินสูง หรืออาจต้องเลือกใช้แหล่งอาหารที่มีโปตัสเซียมต่ำ นอกจากอาหารแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการจัดการการให้อาหาร ที่ทำให้โคสามารถกินอาหารได้มากขึ้น เช่น มีพื้นที่รางอาหารเพียงพอ ให้โคกินอาหารที่ใหม่และสดอยู่เสมอ และควรมีอาหารเหลือในแต่ละวันประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่ให้ เพื่อให้แน่ใจว่าโคได้รับอาหารอย่างเพียงพอ

การให้อาหารที่กล่าวมาทั้งหมด ควรจะเริ่มประมาณ 3 สัปดาห์ก่อนคลอด นอกจากนั้น การให้แคลเซียมคลอไรด์และแคลเซียมโพรพิโอเนต ในรูปเจลหรือครีมทางปากแก่แม่โคหลังคลอด จะช่วยทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดของโคอยู่ในระดับปกติ อันจะเป็นการป้องกันการเกิดสภาวะคีโตซีสได้อีกด้วย

 

    BACK  TOP 

 คณะทรัพยากรฯ

หน้าแรก

แนะนำภาควิชาฯ

บุคลากร

หลักสูตร

งานวิจัย

บทความ

เอกสาร/ตำรา

Links อื่นๆ

 

 
ภาควิชาสัตวศาสตร์     
คณะทรัพยากรธรรมชาติ    มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
โทรศัพท์ : (01) 5409875 (074) 212843   แฟกซ์ : (074)212843  
จัดทำโดย อรุณลักษณ์ ลอยจิ้ว         
E-mail address : arunlak@ratree.psu.ac.th 

ท่านสามารถเปลี่ยนตัวอักษรหน้าเว็บที่เหมาะสมได้
โดยเลือก View-->Text Size-->Smaller