คณะทรัพยากรธรรมชาติ
หน้า PSU | หน้าหลักคณะฯ | Intranet

ชวนอ่าน ชวนฟัง สร้างพลังปัญญา

[ หน้าหลักชวนอ่านฯ | ส่งเรื่องใหม่ ] [ ลบเรื่อง ]
   นัสรูดิน คนเจ้าสำราญ

รู้จักมาหลายปี แต่ก็ไม่รู้ว่านัสรูดินเป็นใคร และอย่างที่รู้ ๆ กันชาติต่าง ๆ กล่าวอ้างว่า นัสรูดินเป็นชาติของตน ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส กรีก อาหรับ (อิหร่าน) ฯลฯ ตุรกี ถึงกับจัดงาน "วันนัสรูดิน" เป็นงานประจำปี รัสเซียนับถือว่าเป็น "วีรชนของประชาชนแห่งสหภาพโซเวียต" และได้สร้างเป็นภาพยนตร์ ส่วนจีนปัจจุบันนิยมอ่านกันแพร่หลายทั่วประเทศ

หลายคนบอกว่า นอกจากเขาจะช่วยให้จิตใจของผู้อ่านเฮฮา "....แต่สิ่งที่ได้รับ คือ ความบ้า ถึงกระนั้น เมื่อค้นหาปัญญาที่ลึกกว่านี้ก็หาไม่ได้ในที่อื่น"

เรื่อง สูญทั้งชีวิต
เมื่อครั้งที่นัสรูดินมีอาชีพเป็นคนนำคนท่องเที่ยวนั้น คราวหนึ่งมีครูผู้ช่างซักถามคนหนึ่งมาว่าจ้างให้นัสรูดินนำเที่ยวทางเรือ แต่ก่อนลงเรือ แกช่างหาเรื่องราวมาถามนัสรูดินมากมาย จนนัสรูดินเองก็ไม่ค่อยอยากจะตอบ ตอนหนึ่งขณะที่เรือลอยเท้งเต้งอยู่กลางน้ำครูก็ถามว่า
" อาชีพนี้ลำบากมากไหม? "
" ไม่หรอก" นัสรูดินตอบ
" แล้วแกเคยเรียนหลักไวยากรณ์ไหม? " ครูถามต่อ
" ไม่เคย" นัสรูดินตอบอย่างลำคาญ
" ถ้าอย่างนั้น ชีวิตของเจ้าก็สูญไปครึ่งหนึ่งแล้วเชียวรู้ไม๊ "
นัสรูดินหาตอบประการใดไม่ ไม่ช้านัก เกิดลมพายุจัดเรือลำน้อยโคลงและน้ำเริ่มเข้าเรือ
" ครูครับ ครูเคยเรียนวิชาว่ายน้ำไม๊ครับ? "
" ไม่เคยหรอก " ครูตอบ
" ถ้าอย่างนั้น ชีวิตของครูทั้งชีวิตต้องสูญแล้วเพราะเรือกำลังจะล่ม "

เรื่อง ปรัชญาการให้
เพื่อนคนหนึ่งของนัสรูดินรักเงินอย่างมาก และที่สำคัญไม่เคยหยิบยื่นอะไรให้ใครเลย ไม่ช้าไม่นานเขาจึงร่ำรวย
วันหนึ่ง เขากับเพื่อนเดินไปตามชายฝั่งแม่น้ำ เพื่อนผู้นั้นลื่นและตกลงไป เพื่อน ๆ วิ่งไปช่วยเขา เพื่อนคนหนึ่งคุกเข่ากับพื้นดิน ยื่นมือออกไปแล้วพูดว่า
" ยื่นมือแกมาให้ข้า ข้าจะได้ดึงแกขึ้น "
หัวของผู้มั่งคั่งผลุบ ๆ โผล่ ๆ แต่ก็หายื่นมือให้เพื่อนไม่ เพื่อนอีกคนหนึ่งพยายามอย่างเก่าอีกครั้งก็ปรากฏเหมือนเดิม
ถึงคราวนัสรูดิน เขาพูดขึ้นว่า " เอามือข้าไปซิ ข้าจะฉุดขึ้นเอง " ชายผู้ร่ำรวยรีบฉวยมือนัสรูดิน นัสรูดินจึงฉุดเขาขึ้นพ้นน้ำ
"พวกแกไม่รู้จักเพื่อนของข้าดีพอ" เขาพูดกับเพื่อน ๆ " เมื่อแกพูดคำว่าเอามา กะเขา เขาจะไม่ยอมทำตาม แต่ถ้าแกว่าเอาไป เขาจะรีบรับทีเดียว "

เรื่อง ซื้อ๑ แถม๑
นัสรูดินไปตลาดเพื่อขายแม่วัว แต่ไม่มีใครซื้อ
เพื่อนบ้านมาพบจึงบอกว่า
"มาให้ข้าลองขายดูบ้าง"
"เอาซี ข้าจะได้เรียนรู้ศิลปะการขายบ้าง" นัสรูดินคิด
"แม่วัวชั้นยอดเยี่ยม มีลูกวัวในท้องห้าเดือน" เพื่อนบ้านร้องขาย
ไม่ช้าก็ขายวัวได้

เมื่อนัสรูดินกลับมาถึงบ้าน
พบว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งมารอขอลูกสาวของตนไปแต่งงาน
นัสรูดินคิดว่านี่เป็นโอกาสเหมาะในการลองวิชาการที่เพิ่งเรียนรู้มา
แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจเป็นล้นพ้น
เมื่อพ่อหนุ่มคนนั้นเผ่นแผลวออกจากบ้านทันทีทันใด

เรื่อง รู้แก่ใจ
ดาวตลกระดับฉกาจผู้หนึ่งท้าพนันกับนัสรูดินที่โรงน้ำชาว่า
"ผู้คนเขาว่าแกฉลาดนัก แต่พนันกันก็ได้ว่า แกไม่อาจหลอกข้าได้
เดิมพันทองร้อยเหรียญเลย"
"ตกลง คอยข้าเดี๋ยวนะ" กล่าวจบ นัสรูดินก็เดินออกไป
สามชั่วโมงต่อมา ดาวตลกเฝ้าคอยนัสรูดินว่าจะมีอะไรมาหลอกเขา
ในที่สุดจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกเสียแล้ว
เขาจึงตรงไปบ้านนัสรูดิน โยนถุงทองเข้าทางหน้าต่างให้นัสรูดิน

นัสรูดินกำลังนอนคิดวางแผนหลอกดาวตลกอยู่บนเตียง
ได้ยินเสียงเหรียญกระทบกัน มองเห็นถุงจึงเปิดออกนับ
"โชคดีจังเธอจ๋า" เขาบอกเมีย
"มีคนใจบุญส่งเงินเดิมพันมาให้ข้าเสียพนันแล้ว
ตอนนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินที่จะจ่ายเมื่อแพ้แล้วล่ะ
คงคิดแต่อุบายที่จะหลอกเจ้านั่นให้ได้
ป่านนี้คงรอที่โรงน้ำชาไม่สบายใจแล้วล่ะ"

เรื่อง วิธีรักษาให้คงอยู่
ในวันที่มีตลาดนัด นัสรูดินมักจะยืนริมทางเพื่อให้ผู้คนชี้ว่า "โง่"
เมื่อมีใครยื่นเหรียญให้เขาหลายอัน
นัสรูดินจะเลือกเอาเหรียญอันเล็กที่สุดไว้เพียงอันเดียวเสมอ
วันหนึ่ง มีผู้ปรารถนาดีบอกนัสรูดินว่า
"แกควรเลือกเหรียญใหญ่เพราะจะได้เงินมากขึ้น
แล้วคนก็จะไม่เย้ยแกว่าโง่อีกด้วย"
"ก็จริงอยู่" นัสรูดินอธิบาย
"แต่ถ้าข้าเอาเหรียญใหญ่ คนก็จะเลิกให้เงินข้า
เพราะเขาต้องการพิสูจน์ว่าข้าโง่เง่ากว่าพวกเขา
เขาจึงให้เงินข้า"

เรื่อง ไม่ง่ายเหมือนคิด
แม่ม่ายคนหนึ่งมาที่ศาล ฟ้องต่อนัสรูดินว่า
"ข้าเป็นคนจน ลูกชายข้าชอบกินน้ำตาลทีละมาก ๆ ที่จริงคงติดน้ำตาลด้วย
ทำให้ข้าชักหน้าไม่ถึงหลัง จึงขอศาลสั่งห้ามไม่ให้เขากินน้ำตาล
เพราะว่าข้าไม่อาจใช้กำลังบังคับเขาได้"

"คุณนายครับ" นัสรูดินตอบ
"ปัญหานี้ไม่ง่ายเหมือนที่คิด สัปดาห์หน้ามาดูคำตัดสิน
ข้าขอวินิจฉัย อย่างถี่ถ้วนก่อน"

สัปดาห์ต่อมา ชื่อของหญิงม่ายก็อยู่ในบัญชีลูกความอีก
"ข้าขอโทษ" นัสรูดินบอกเธอเมื่อเธอเข้ามาพบ
"คดีนี้มีเลศนัยสับสนมาก ต้องขอเลื่อนคดี ไปสัปดาห์หน้า"

การเลื่อนคดีมีต่อมาอีกสองสามครั้ง
จนในที่สุดนัสรูดินประกาศว่า "ศาลจะออกคำสั่งแล้ว เรียกเด็กหนุ่มนั่นเข้ามา"
เด็กหนุ่มถูกตามตัวเข้ามาต่อหน้าผู้พิพากษานัสรูดิน

"พ่อหนุ่ม" ผู้พิพากษาตวาดใส่
"ศาลห้ามไม่ให้เจ้ากินน้ำตาล จะกินได้ไม่เกินวันละสองกำมือ"

ผู้เป็นแม่ขอบอกขอบใจนัสรูดินเป็นการใหญ่ ก่อนลาจากขอถามคำถามหนึ่ง
"ว่ามาเลย" นัสรูดินกล่าว
"ข้าแต่ศาลที่เคารพ ข้างุนงงไปหมด
ทำไมท่านจึงไม่สั่งห้ามเด็กไม่ให้กินน้ำตาลตั้งแต่แรก เมื่อได้รับคำฟ้อง"

"อ้อ" นัสรูดินตอบ "ก็ข้าต้องเลิกนิสัยนั้นก่อน
ตัวข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องใช้เวลานานอย่างนั้น"

เรื่อง ระบบขับถ่าย
วันหนึ่งชายคนหนึ่งมาหานัสรุดินที่บ้าน พูดว่า
"ท่านเป็นคนเฉลียวฉลาดมากมาก โปรดช่วยเหลือข้าด้วยเถอะ บ้านของข้าคับแคบมาก
ในบ้านข้ามีภรรยา ลูกๆ หลายคน พ่อข้า แล้วก็แม่ เราไม่มีความสุขเลย"
"เจ้ามีแกะไหมล่ะ" นัสรุดินถาม
"ไม่มี" ชายผู้นั้นตอบ
"ไปซื้อมาเลี้ยงตัวนึงซี" นัสรุดินให้ความเห็น "แล้วก็เลี้ยงเอาไว้ในบ้านนั่นแหละ"
"แต่ว่า" ชายผู้นั้นท้วง "นั่นจะทำให้บ้านเลวลงอีก ไม่ดีแน่"
"เจ้าอยากให้ข้าช่วยเจ้าหรือไม่ล่ะ" นัสรุดินถาม
"ให้ช่วยซิ"
"งั้นไปซื้อแกะมาตัวหนึ่ง"

สัปดาห์หนึ่งต่อมา ชายนั้นมาหานัสรุดินอีก นัสรุดินถามว่า
"เจ้าซื้อแกะแล้วใช่ไหม"
"ซื้อแล้ว" ชายนั้นตอบ
"ตอนนี้เจ้ามีความสุขขึ้นไหม"
"เราไม่มีความสุข บ้านยิ่งแออัดมากขึ้นกว่าก่อน รู้สึกว่าจะแย่ลง"
"งั้นไปซื้อแม่ไก่อีก ๖ ตัว เลี้ยงไว้ในบ้าน" นัสรุดินตอบ แล้วปิดประตูบ้านปัง

สัปดาห์ต่อมา เขาพบชายผู้นั้นเป็นหนที่สาม ชายนั้นบอกว่า
"เดี๋ยวนี้บ้านเรา แย่ลงยิ่งกว่าเดิม"
นัสรุดินพูดว่า
"ไปซื้อแพะ แล้วเลี้ยงไว้ในบ้านเจ้าอีกตัว"

อีกสัปดาห์ต่อมา ชายผู้นั้นมาบอกว่า
"ตอนนี้ ภายในบ้านของเราเดือดร้อนเพราะสัตว์พวกนั้น สัตว์สี่ตีนสัตว์ปีกชุลมุนไปหมด"
"ดีแล้ว" นัสรุดินตอบ "คราวนี้กลับไปแล้วขายแกะเสียนะ"

สัปดาห์ต่อมา ชายผู้นั้นมาหานัสรุดิน และพูดว่า
"ตอนนี้ภายในบ้านค่อยสดชื่นขึ้น เพราะว่าแกะไปพ้นเสียแล้ว"
"เออดี" นัสรุดินตอบ "คราวนี้กลับไปขายไก่นะ"

สัปดาห์ต่อมา นัสรุดินพบชายผู้นั้นอีก ตอนนี้ชายนั้นมีความสุขมาก
"ข้าขายไก่ไปแล้ว ตอนนี้้บ้านเราน่าอยู่จัง"
"งั้นก็ขายแพะเสียซิ" นัสรุดินแนะนำ

สัปดาห์ต่อมา ชายผู้นั้นพูดกับนัสรุดินว่า
"ตอนนี้ เรามีความสุขอย่างยิ่ง"

เรื่อง เทศน์ 3 ครั้ง
มีครั้งหนึ่ง ที่นัสรูดิน ต้องรับหน้าที่สอนศาสนาในสุเหร่าแทนเพื่อนที่เป็นนักเทศน์
ที่ต้องไปทำภารกิจต่างเมือง เลยฝากสอน 3 ครั้ง
ตอนแรกแกก็กังวล แต่้อาศัยความเก๋า แกก็เลยรับปาก

ครั้งแรก ผู้คนก็มากันเต็มพื้นที่
นัสรูดิน เริ่มถามก่อนเลยว่า "พวกเจ้ารู้ไหมว่าวันนี้ ข้าจะสอนอะไร?"
เงียบกริบ นัสรูดิน ก็วางมาดเคร่ง ทำหน้าดู ๆ แล้วก็บอกว่า
" คัมภีร์มีเจ้าก็ไม่ศึกษา จะเสวนากันอย่างไร พวกเจ้าควรมีสำนึก.."
จากนั้นก็ลงจากแท่นสอน เดินหายไปท่ามกลางความงุนงง

สัปดาห์ที่สอง ผู้คนมาด้วยความตั้งใจ นัสรูดินก็เริ่มเปิดเลยว่า
"วันนี้ พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าจะสอนเรื่องอะไร?"
ชาวบ้าน ตอบกันอื้ออึง ด้วยเกรงว่านัสรูดินจะผิดหวัง
"รู้แล้ว เรารู้แล้ว "
"วิเศษมาก" นรัสรูดินตอบ "ถ้าอย่างนั้น วันนี้ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องสอนอะไรพวกเจ้า"
แล้วก็เผ่นตามระเบียบ ชาวบ้านงงอีกครั้ง

สัปดาห์สุดท้าย ผู้่คนยังมากันแน่น ด้วยใจระทึก
"วันนี้ พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า ข้าจะสอนอะไร" นัสรูดินเปิดด้วยมุขเดิม
คราวนี้ ชาวบ้านไปไม่เป็นละครับ บางคนก็บอกว่า "ไม่รู้" บางคนก็บอกว่า "รู้แล้ว"
เพราะเดาใจแกไม่ถูกจริง ๆ
"ฮะฮ้า! ถ้าอย่างนั้นก็เยี่ยม" นัสรูดินตอบ
"นี่คงเป็นบัญชาสวรรค์
ในเมื่อพวกเจ้าบางคนรู้ บางคนไม่รู้
ก็ให้พวกที่รู้ สอนพวกที่ไม่รู้ก็แล้วกัน"
ว่าแล้วนัสรูดินก็ลงจากแท่นด้วยความปลอดโปร่งโล่งจิต

ที่มา:
จากหนังสือ "นัสรุดิน คนเจ้าสำราญ" โดย วันทิพย์ สำนักพิมพ์สายใจ พิมพ์ครั้งแรก ๒๕๒๑
http://wwwsam-sampanchanpa.blogspot.com/2013/03/blog-post_29.html
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=maekai&date=20-11-2012&group=4&gblog=27
http://forum.munkonggadget.com/detail.php?id=107967
  จาก : ที่มาหลายแหล่ง.....สมหมายเอามาเล่าต่อ - [25 July 2014 - 16:33:19]


[ กลับหน้าหลักชวนอ่านฯ ]


สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2548 คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
 ถนนกาญจนวณิชย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112  โทรศัพท์ 074-558802 โทรสาร 074-558803
  http://www.natres.psu.ac.th  สำหรับคำแนะนำ email: chanyar.p@psu.ac.th