คณะทรัพยากรธรรมชาติ
หน้า PSU | หน้าหลักคณะฯ | Intranet

ชวนอ่าน ชวนฟัง สร้างพลังปัญญา

[ หน้าหลักชวนอ่านฯ | ส่งเรื่องใหม่ ] [ ลบเรื่อง ]
   Castrato เหล่านักร้องเสียงใสผู้ไร้อัณฑะ

เสียงของแต่ละบุคคลนั้นเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด เราจะเรียกว่าฟ้าประทานก็ไม่ผิดนัก เพราะใครๆต่างก็อยากได้เสียงที่ไพเราะและมีอำนาจสะกดใจผู้ฟัง

เสียงที่ดีมีผลต่อหน้าที่การงานและดวงชะตาของคนเราเช่นกัน กษัตริย์นักรบในสมัยก่อนมักมีเสียงที่เข้มแข็งกังวาล ผู้นำทางการเมืองอย่างฮิตเลอร์ก็มีเสียงที่ชวนให้เคลิ้มและคล้อยตาม หลายคนไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องของการ 'เลือกเกิดไม่ได้'

แต่ถ้าผมบอกคุณว่ามีวิธีที่จะได้มาซึ่งเสียงเทวดาเหล่านี้ล่ะ คุณจะยอมแลกชีวิตของคุณเพื่อมันไหม?

วันนี้ผมย่อยประวัติของเหล่านักร้องโอเปราในสมัยก่อน ผู้ยอมสละความเป็นชาย แลกกับโทนเสียง Castrato ที่หาฟังไม่ได้แล้วในปัจจุบันมาฝากกันครับ
.
ในการร้องเพลงโอเปร่า เราสามารถแบ่งเสียงได้เป็น 6 ระดับ ไล่จากสูงไปต่ำได้ตามนี้

1. Soprano (โซปราโน่)
2. Mezzo-soprano (เมซโซ่โซปราโน่)
3. Alto (อัลโต้)
4. Tenor (เทเนอร์)
5. Baritone (บาริโทน)
6. Bass (เบส)

และเสียงที่ 7 ที่ไม่ได้เกิดโดยธรรมชาติ คือเสียง Castrato อันเป็นส่วนผสมระหว่าง Soprano และโทนเสียงผู้ชายคือ Tenor จนถึง Bass เกิดเป็นเสียงที่อยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองเพศ ที่ว่ากันว่าไพเราะที่สุดในบรรดาเสียงทั้งมวล

คุณผู้อ่านที่เป็นผู้ชายยังจำเสียงตัวเองตอนเป็นเด็กเล็กช่วงก่อนจะแตกเนื้อหนุ่มกันได้ไหมครับ เสียงเราจะยังมีความแหลมและก้ำกึ่งระหว่างชายและหญิงอยู่ ตรงนี้แหละที่มีความใกล้เคียงกับ Castrato

เพราะฉะนั้น วิธีการทำให้เกิดเสียง Castrato ก็คือนำเด็กชายที่มีเนื้อเสียงดี มาเจี๋ยนอัณฑะทิ้ง!

เพื่อหยุดยั้งการเติบโตของ Testosterone หรือฮอร์โมนเพศชาย คงไว้ซึ่งระดับเสียงของเด็ก และเมื่อพวกเขาโตขึ้น แทนที่จะมีเสียงห้าวเหมือนทั่วไป เสียงของเหล่า castrati (คำเรียกผู้ที่มีเสียง Castrato) จะพัฒนาไปเป็นเสียงพิเศษลำดับที่ 7 โดยคนฟังจะไม่สามารถแยกได้เลยว่า คนร้องคือผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่

แล้วทำไมหนุ่มน้อยที่มีความฝันอยากเป็นนักร้องถึงต้องยอมสละทั้งชีวิตเพื่อมันกันเล่า?
.
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 การได้เป็นนักร้องโอเปร่าในโรงละครที่มีผู้ชมนับพันถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของสายอาชีพนี้ และบันไดสู่ฝันขั้นหนึ่งก็คือการเข้าร่วมคณะนักร้องประสานเสียงในโบสถ์

คณะที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดในโลกก็คือ The Sistine Chapel Choir หรือคณะประสานเสียงแห่งโบสถ์น้อยซิสทีน ในวาติกัน ที่แทบจะการันตีได้เลยว่า เด็กที่เคยผ่านงานที่นี่มา จะได้เปิดการแสดงโอเปร่าของตัวเองในอนาคตแน่นอน

เมื่อเด็กชายจากทั่วยุโรปต่างก็ฝันจะเข้าร่วมกับทางคณะ ทำให้ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม ส่วนวิธีคัดเลือกก็ไม่ต้องพูดถึงครับ เพราะเข้มข้นมากจริงๆ ดูหมดทุกอย่างตั้งแต่เสียงร้อง หน้าตา ไหวพริบ และที่สำคัญ คณะ Sistine Choir รับแต่เด็กที่มีเสียง Castrato เท่านั้น

ในช่วงพีคๆปี 1720-1730 ถือเป็นยุคทองของนักร้อง Castrati จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ มีเด็กชายเข้ารับการ 'เจื๋อน' ถึงกว่า 4,000 คนทั่วอิตาลี

ถึงแม้จะต้องเสี่ยงตายจากอาการติดเชื้อหลังการผ่าตัด แถมคนที่จะรักษาเสียง Castrato ไว้ได้ตลอดไปยังมีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก แต่ทุกคนก็พร้อมจะเสี่ยงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เด็กผู้ชายหลายคนถูกผ่าตัดโดยพ่อแม่ของตนเองด้วยซ้ำ เพียงเพราะหวังว่าลูกชายจะได้เป็นนักร้องโอเปร่า และนำรายได้มาจุนเจือครอบครัวบ้าง

กระแสความนิยมของนักร้องโอเปร่าไร้อัณฑะดำเนินไปเป็นร้อยปีในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 จนกระทั่งเข้า 18 เทรนด์นี้จึงค่อยๆเสื่อมความนิยมในวงการโอเปร่า

ในปี 1861 หลังจากที่ผ่านการดีเบทอย่างดุเดือดในสังคม ในที่สุดทางการอิตาลีก็ประกาศให้การตอนเด็กชายเพื่อเป้าประสงค์ทางดนตรีผิดกฎหมาย เป็นอันสิ้นสุดยุค Castrati
.
อย่างไรก็ตามในอีก 4 ปีต่อมา มีเด็กชายอายุ 7 ขวบคนหนึ่งเข้ารับการผ่าตัดอย่างลับๆ เขาชื่อ Alessandro Moreschi

Moreschi ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตในการร้องเพลงประสานเสียงและโอเปร่า เขาคือสมบัติที่ยังเหลืออยู่เพียงชิ้นเดียวของวัฒนธรรม Castrati ผู้คนจึงให้ความสนใจในทุกการแสดงของเขา

Moreschi วัย 63 ปี เสียชีวิตลงในวันที่ 21 เมษายน 1922 เป็นอันสิ้นสุด นักร้องเสียง Castrato คนสุดท้ายของโลกใบนี้ครับ
.
เขียนเรื่องนี้จบก็เกิดความทึ่งในตัวของมนุษย์ เราใช้แรงปราถนาเป็นตัวผลักดันชีวิตเราไปในทางที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าการเจื๋อนแบบนี้จะดูหวาดเสียวไปหน่อย แต่เราดูถูกหัวใจดวงน้อยๆของเด็กชายเหล่านี้ไม่ได้เลย
.
แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับ มีสิ่งใดที่ท่านพร้อมจะทุ่มสุดชีวิตเพื่อมันแล้วหรือยัง?
.
เกร็ดเล็ก: Castrati ที่ดังที่สุดชื่อ Farinelli เขามีเสียง Soprano ที่สูงที่สุดในบรรดา Castrati ทั้งหมด ถือเป็น Superstar ในวงการโอเปร่าตลอดกาล

เกร็ดน้อย: ในปี 1902 Alessandro Moreschi ได้เข้าห้องอัดในสมัยนั้นและคลอดเพลงชื่อ Ave Maria ออกมา เพลงนี้คือหลักฐานของเสียง Castrato แท้ๆ เพียงชิ้นเดียวที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน

ที่มา: https://www.facebook.com/yoyhistory/posts/312105959695974?__tn__=K-R
  จาก : Treephob Tiangtrong.....สมหมายเอามาเล่าต่อ - [26 June 2019 - 16:26:17]


[ กลับหน้าหลักชวนอ่านฯ ]


สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2548 คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
 ถนนกาญจนวณิชย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112  โทรศัพท์ 074-558802 โทรสาร 074-558803
  http://www.natres.psu.ac.th  สำหรับคำแนะนำ email: chanyar.p@psu.ac.th