คณะทรัพยากรธรรมชาติ
หน้า PSU | หน้าหลักคณะฯ | Intranet

ชวนอ่าน ชวนฟัง สร้างพลังปัญญา

[ หน้าหลักชวนอ่านฯ | ส่งเรื่องใหม่ ] [ ลบเรื่อง ]
   เรื่องของ ต...

ผมเคยเขียนเรื่อง ‘กลีบกุหลาบสีชมพู’ ที่ชื่อเรื่องฟังแล้วหอมฟุ้งจรุงใจ แต่พอมาเรื่องตอนนี้ถ้าคิดว่าอาจทนกลิ่นไม่ไหว หามาสก์มาสวมปิดปากปิดจมูกก่อนอ่านนะครับ...

วันหนึ่งผมไปเล่นกอล์ฟที่สนามภูติอนันต์ซึ่งเป็นสนามกอล์ฟที่อยู่ใกล้บ้านมากที่สุด คือระยะทางจากบ้านย่านสี่แยกบางนาไปสนามนี้ราว ๒ กม. สนามกอล์ฟนี้เป็นของทหารเรือเป็นสนาม ๙ หลุมวน คือสนามกอล์ฟปกตินี่จะมีมาตรฐานที่ ๑๘ หลุม แต่บางแห่งหากงบประมาณหรือพื้นที่จำกัดก็จะมีแค่ ๙ หลุม แต่เพื่อให้ฟีลลิ่งว่าเล่นได้ครบ ๑๘ หลุม พอเล่นเสร็จ ๙ หลุมแล้วจะวนมาเล่นซ้ำอีก...แคดดี้ที่นี่บางคนรุ่นเดอะอายุ ๗๐ กว่า ๆ ก็ยังมี ไปเล่นครั้งนี้แคดดี้ (ไม่ใช่หมายเลข ๖๙) แอบนินทานาย คือนินทาว่านายเป็นคุณลุงสูงอายุท่านหนึ่งชอบเล่นกอล์ฟไปก็ผายลมไป หรือเรียกง่าย ๆ ว่าก็ ‘ตด’ ไป ลับหลังแคดดี้เลยตั้งฉายาให้ลุงท่านนี้ว่า ‘ลุงตด’.....

ไหน ๆ คุณ แคดดี้ ๖๙ สาวสุดสวยแถมหมายเลขเด็ดเพิ่งเอ่ยชมผมในต่วย’ตูนปักษ์หลัง-พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ว่า “สันนิษฐานว่านาย (คือผม) คงเป็นนักกอล์ฟประเภทตีไกลแน่ ๆ เลย...ไกลผู้ไกลคนไง้...” ก็ขอให้สมพรปากเถอะครับ ตีไกลผู้ไกลคนนี่ผมชอบนะ ทุกวันนี้ไม่รู้มันเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะตีลูกจากแท่นทีออฟ จากแฟร์เวย์ จากบ่อทราย มันคอยจะแช้งค์จะเฉเหเข้าหาแคดดี้อยู่เสมอ...ครั้งนึงผมไปเล่นที่สนามกอล์ฟกานตรัตน์ของกองทัพอากาศที่มักนิยมเรียกกันว่าสนามงู เป็นสนามกอล์ฟที่อยู่ในสนามบิน วันนั้นลุงแคคดี้แก่ ๆ ถือถุงให้ และโชคร้ายโดนผมตีแบบ ‘ใกล้ผู้ใกล้คน’ คือผมชิปลูกข้างกรีนเพื่อขึ้นกรีนแต่แช้งค์ไปโดนลุงจนหัวโน.....(โฮ โฮ โฮ)... ส่วนที่สนามภูติอนันต์เมื่อไม่นานมานี้ก็มีกรณีที่นายก๊วนนึง (โชคดีไม่ใช่ก๊วนผม) พอนายคนแรกทีออฟเสร็จก็รีบออกเดินจ้ำอ้าวล้ำหน้าไปก่อน พอเพื่อนร่วมก๊วนทีออฟบ้างแต่ลูกมันวิ่ง ‘ใกล้ผู้ใกล้คน’ จนทะลุเข้าศีรษะแคดดี้ไปคาอยู่ครึ่งลูก ข่าวว่าต้องนอนรพ.นานเลยครับ...ตีลูกกอล์ฟแล้ว ‘ไกลผู้ไกลคน’ จึงเป็นยอดปรารถนาของผมเลยล่ะครับ... เลยถามต่อว่าแล้วคุณแคดดี้ ๖๙ เคยถือถุงให้นายที่แถมลมให้เหมือนลุงที่ผมเล่าไปก่อนหน้านี้ไหมครับ ?... ส่วนที่คุณแคดดี้ ๖๙ ขอมาว่าเวลาเขียนชื่อยาอย่างยารักษาฝ้านี่ ให้ระบุชื่อยี่ห้อไปเลย จะได้ไปหาซื้อได้ง่าย อันนี้ต้องบอกว่าทำไม่ได้ครับ มันผิดจรรยาแพทย์เพราะถือว่าเข้าข่ายโฆษณายาน่ะครับ...

กลับมาเรื่องผายลมต่อ... ผมเองต้องยอมรับว่าส่วนตัวถ้าผมอยู่บ้าน ผมก็ชอบตดดัง ๆ นัยว่ามันให้ฟีลลิ่ง และโล่งท้องดีนัก แต่ผายลมนี่ก็น่าจะเป็นมารยาทสังคมที่ไม่งามนัก ถ้าหนุ่มสาวทำกันอาจดูน่าเกลียด แต่ถ้าคนสูงวัยนี่บางทีพอให้อภัยได้ เพราะอาจคิดในแง่การแพทย์ว่าหูรูดคงเสื่อมคงหย่อนยานแล้ว สมัยเป็นนักเรียนแพทย์นี่ จำได้แม่นว่าอาจารย์จะสอนว่าหลังผ่าตัดต้องคอยแวะเวียนไปถามคนไข้ว่า ‘ผายลมหรือยัง?’ ถ้าคนไข้ผายลมได้เมื่อไรหรือตดให้หมอฟัง มันเหมือนได้ยินเสียงสวรรค์ เพราะหมายถึงว่าการผ่าตัดได้ผลดีลำไส้กลับมาทำงานปกติแล้ว ตอนผมไปเป็นแพทย์ประจำบ้านโรคผิวหนังที่รพ.เม้าต์ไซไนที่ไมอามีบีช ในรัฐฟลอริดานี่ คนไข้ส่วนใหญ่สูงวัย...เล่าถึงไมอามีบีชหลายท่านคงจำกันได้ว่าปีที่คุณพี่อาภัสรา หงสกุล ได้เป็นนางงามจักรวาล ปีนั้นจัดการประกวดที่ไมอามีบีช และระหว่างที่ปฏิบัติภารกิจในตำแหน่งอยู่ ๑ ปีก็พักที่โรงแรมเชลบอร์น (Shelborne Hotel) ในไมอามีบีชนี่แหละครับ สมัยผมอยู่ที่นั่นยังแวะไปดูรอยฝ่ามือพี่ปุ๊กที่ประทับไว้บนพื้นหน้าโรงแรมบ่อย ๆ เลยครับ เพราะดูแล้วมันภาคภูมิใจอ่ะครับ...ตอนผมขึ้นไปทำวิจัยด้านภูมิต้านทานของผิวหนังที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Institutes of Health) หรือ ‘เอ็นไอเอช’ (NIH) ขอบอกว่าคำว่า institutes ในที่นี้ต้องมี s เสมอ เพราะหมายถึงหลาย ๆ สถาบันรวมกันครับ คนชอบตัด ‘s’ ออกน่ะครับ... NIH นี่ตั้งที่เมืองเบเทสดา รัฐแมรีแลนด์ ... คืนนึงพี่ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนกได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาลจากการประกวดที่ไทเป โดยเฉือนชนะสาวเกาหลีใต้ผู้แสนน่ารักไปแบบเฉียดฉิว วันรุ่งขึ้นเพื่อน ๆ ร่วมงานมาแสดงความยินดีกันใหญ่ว่าประเทศยูสาวสวยนะ ได้เป็น Miss Universe เชียว แต่ฝรั่งมะกันเขาจะชอบพี่ปุ๋ยนะครับ เขาบอกว่าพี่ปุ๋ยวันประกวดนี่ดูมั่นใจและมีออร่ากว่าสาวเกาหลีใต้รองอันดับ ๑ หลายขุม และในที่สุดผู้ที่คว้าหัวใจพี่ปุ๋ยไปครองได้สำเร็จก็เป็นชาวมะกันครับ...

ส่วนตอนยุคพี่ปุ๊กนั้นผมยังเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกเดียว เดินช็อปปิ้งกับคุณแม่ที่ไทยไดมารู ราชดำริ ที่ปิดกิจการไปแล้ว วิทยุรายงานข่าวด่วนว่า...อาพัสสะรา หงสะกุลาาาาาา...(เขียนตามเสียงที่ฝรั่งอ่านวันนั้น ยังจำได้ครับ) ได้เป็น Miss Universe !!! ... ห้างไดมารูนี่เปิดเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๐๗ เป็นที่ฮือฮากันมากเพราะเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในไทยที่มีบันไดเลื่อน...ส่วนคุณพี่ปุ๊กได้เป็นนางงามจักรวาลคนแรกของไทยที่ไมอามีบีชเมื่อ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๐๘... ช่วงที่ผมอยู่ไมอามีบีชชาวเมืองส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยย้ายหนีหนาวลงมาจากรัฐทางเหนือ เนื่องจากคนไข้ส่วนใหญ่มีอายุ เวลาไปเยี่ยมคนไข้ที่นอนในรพ. ส่วนมากก็เป็นคนไข้โรคสะเก็ดเงินน่ะครับ จะได้ยินเสียงผายลมดังปู้ดป้าด... แต่เห็นสูงวัยจนหูรูดหย่อนกันแบบนี้ก็เหอะ วันนึงพยาบาลอายหน้าแดงมาฟ้องผมว่า... หมอต้องเตือนให้หน่อยนะ เมื่อวานคุณตา (อายุ ๙๐ กว่า ๆ ) มีเซ็กส์กับภรรยาที่มานอนรพ. ก็น่าจะรุ่นเดียวกัน บนเตียงในห้อง พยาบาลเปิดเข้าไปเห็นเต็มสองตาเลย...

เพื่อนแพทย์ประจำบ้านที่เม้าต์ไซไนคนนึงชื่อจอห์นชอบผายลมดัง ๆ ในห้องพักแพทย์มาก แต่ก็น่าสังเกตว่าถ้ามีแพทย์ผู้หญิงอยู่จอห์นจะไม่ทำเช่นนั้น แต่ถ้าเหลือแต่เพื่อนผู้ชายจอห์นจะผายลมดังลั่นเลยครับ... วันนึงมีเรื่องที่ทำให้จอห์นเครียดจนผายลมไม่ออก จอห์นน่าเศร้าเล่าให้ฟังว่า เมื่อเช้าเพิ่งโต้เถียงกับภรรยามา คือภรรยาเลี้ยงแมวไว้ ตอนนั้นทั้งคู่ยังไม่มีลูก แมวเกิดไม่สบายพาไปพบสัตวแพทย์ สัตวแพทย์บอกว่าต้องผ่าตัด ต้องใช้ค่าใช้จ่าย ๒,๐๐๐ เหรียญก็ราวห้าหมื่นบาทยุคนั้น ก็นับว่าแพงอยู่แต่ก็อยู่ในวิสัยที่พอจะจ่ายได้ แต่ฝรั่งนี่เขามีวินัยทางการเงินเคร่งครัดมาก ส่วนที่เก็บเป็นเงินออมนี่เขาจะไม่ถอนออกมาใช้เลย หลังจากที่ทะเลาะ โต้เถียง ร้องไห้เพราะความรักความสงสารแมวที่เลี้ยงดูมานาน ทั้งคู่ก็สรุปว่าวิธีที่ดีที่สุดคือ ‘put her to sleep’ ก็คือฉีดยาให้หลับ (ไม่ตื่นฟื้นไม่มี) น่ะครับ เพราะใช้ค่าใช้จ่ายแค่ ๕๐ เหรียญ แต่กรณีนี้ผมคิดว่าคนไทยที่เลี้ยงแมวเลี้ยงสุนัขคงทำไม่ลง เพราะคนไทยเรารักสัตว์เลี้ยงด้วยหัวใจ สุนัขพันธุ์เวสตี้ตัวเมียของผมเป็นโรคผิวหนัง รักษาที่ไหนก็ไม่หาย เผอิญที่รพ.สัตว์ย่านบางนามีหมอโรคผิวหนังสัตว์ที่เก่งมาก ค่ารักษาโรคผิวหนังสัตว์นี่ไม่ถูกเลยนะครับ เดือนนึงนัดตรวจ ๑-๒ ครั้ง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ ๔ พันถึง ๗ พันบาท หมอโรคผิวหนัง(คน)อย่างผมต้องขอบอกว่าค่ารักษาสุนัขนี่แพงกว่ารักษาคนมาก ลองไปซื้อแชมพูอาบน้ำหมาดูสิครับ ราคาแพงกว่าแชมพูคนมากกกก...........ครับ

เอ่ยถึงเรื่อง ‘ตด’ นี่ ท่านที่เขียนไว้ได้น่าอ่านและทำให้ดูว่าเรื่องตดเป็นเรื่องน่ารักคือคุณชาย-มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช คุณชายเคยตอบปัญหาที่มีผู้อ่านสยามรัฐ (ใช้ชื่อย่อว่า ส.ท.) ถามมาในนสพ.สยามรัฐ ฉบับ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๑๑ โดยผู้อ่านท่านนี้เขียนมาระบายให้คุณชายฟังว่าผายลมบ่อยจน... “บางวันผมคิดถึงเรื่องนี้แล้วก็อยากตายหรืออยากหนีไปอยู่ที่ไหนคนเดียว...โรคประจำตัวนี้ทำให้ผมเข้าใครไม่ได้สนิท ออกห่างคนอยู่เสมอ ไปไหนก็อยู่ไม่ได้นาน ทุกวันนี้เพื่อนฝูงก็แทบว่าจะไม่มีเลย รู้สึกรังเกียจตัวเองอยู่ตลอดเวลา...”
คุณชายตอบคำถามผู้อ่านรายนี้ด้วยการเขียนเรื่องต่อไปนี้ให้อ่านครับ เนื้อความบางตอนคือ.....
“เมื่อประมาณแปดสิบปีมานี้ กระทาชายนายหนึ่งชื่อนายปูจอล เป็นชาวฝรั่งเศส
ได้มีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งกว่าศิลปินในยุคเดียวกันเป็นส่วนมาก
และมีฐานะดีร่ำรวยเพราะอาการอย่างเดียวกับคุณ ส.ท.
นายปูจอลเป็นนักตด
การตดของนายปูจอลไม่ซ้ำแบบใคร และไม่มีใครทำได้เหมือนในโลกนี้
ทั้งในสมัยก่อนนายปูจอลหรือตั้งแต่นั้นมา
นายปูจอลนั้นตดอย่างกระจุ๋มกระจิ๋มอ่อนหวานก็ได้ (Le petit pet timide de la jeune fille)
หรือจะตดอย่างห้าวหาญก้าวร้าวก็ได้ (Le pet rond du macon)
นายปูจอลตดได้เร็ว ๆ เหมือนยิงปืนกลทั้งตับ หรือตดดังกระหึ่มครึมครางเหมือนเสียงปืนใหญ่
ซึ่งดังอยู่ถึงสิบวินาที นอกจากนั้นนายปูจอลยังตดไล่ลูกฆ้อง ทำเสียงโด่ เร มี ฟา
โดยอนุโลมและปฏิโลม คือจากเสียงสูงไปหาต่ำ และจากต่ำไปหาสูงได้อีกด้วย.....
…..การแสดงของนายปูจอลมีอยู่ชุดเดียว ไม่ได้เปลี่ยนเลยตลอดเวลายี่สิบปี
นายปูจอลนุ่งกางเกงแพรดำแค่เข่า สวมเสื้อแดง เดินออกไปคำนับคนดูที่หน้าเวทีแล้วก็กล่าวว่า
“ท่านสุภาพสตรี ท่านสุภาพบุรุษ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่จะนำเสนอต่อท่านการแสดงตด...”
แล้วนายปูจอลก็จะโก้งโค้งลงตดแบบต่าง ๆ ที่ไม่มีใครเคยได้ยินและไม่มีใครทำได้
ผู้ที่เคยดูการแสดงของนายปูจอลที่โรงมูแล็ง รูจ ในปารีสได้บันทึกไว้ว่า
“ในตอนแรกคนดูตกตะลึงเงียบไปทั้งโรง แต่แล้วก็มีใครคนหนึ่งหัวเราะขึ้นเหมือนคนบ้า
อีกครู่หนึ่งคนดูทั้งโรงก็ฮาครืนและหัวเราะกันกลิ้งไปกลิ้งมา
คนดูบางคนลุกขึ้นยืนตัวแข็งน้ำตาไหลพราก บางคนก็ตีอกชกหัว.....
…..พระเจ้ากรุงเบลเยี่ยมในขณะนั้นได้เสด็จมายังกรุงปารีสเป็นการส่วนพระองค์
และโปรด ฯ ให้นายปูจอลเข้าไปตดหน้าพระที่นั่ง…..
คุณชายจบบทความนี้ว่า “ใครก็ไม่รู้เคยพูดไว้ว่า ‘พูดดีเป็นเงินเป็นทอง’ ผมอยากขอต่อเอาไว้ว่า
‘ตดดีก็เป็นเงินเป็นทอง’ …”

ยังมีต่อ อ่านได้ที่ http://www.tuaytoon.com/story.php?type=N&id=136
  จาก : นพ.ประวิตร พิศารบุตร.....สมหมายเอามาเล่าต่อ - [15 July 2019 - 15:30:58]


[ กลับหน้าหลักชวนอ่านฯ ]


สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2548 คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
 ถนนกาญจนวณิชย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112  โทรศัพท์ 074-558802 โทรสาร 074-558803
  http://www.natres.psu.ac.th  สำหรับคำแนะนำ email: chanyar.p@psu.ac.th