สหกิจศึกษา



สวัสดิการค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป-กลับ และการประกันสุขภาพ/อุบัติเหตุของนักศึกษาโครงการสหกิจศึกษา

สวัสดิการค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป-กลับ และการประกันสุขภาพ/อุบัติเหตุของนักศึกษาโครงการสหกิจศึกษา ดังนี้

1. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนักศึกษา ค่ารถไฟชั้น 3 หรือรถโดยสารประจำทางไป/กลับ ตามที่จ่ายจริง พร้อมเหมาจ่ายค่าพาหนะประกอบการเดินทาง เช่น รถแท็กซี่ รถรับจ้าง ไม่เกิน 200 บาท กรณีนักศึกษาปฏิบัติงานในพื้นที่จ.สงขลา ให้เหมาจ่ายค่าพาหนะไม่เกิน 600 บาท หากภาควิชาประสงค์จะเดินทางไปส่งนักศึกษา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้อยู่ในดุลยพินิจของภาควิชา

2. สวัสดิการการประกันสุขภาพ/อุบัติเหตุ
2.1 กรณีเจ็บป่วย ให้ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 1,000 บาท
2.2 กรณีอุบัติเหตุ ให้มีประกันอุบัติเหตุกลุ่มสำหรับนักศึกษา คนละ 155 บาท/ปี มีผลประโยชน์ดังนี้

  • เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ และสายตา 30,000 บาท
  • ทุพพลภาพถาวร 30,000 บาท
  • ฆาตกรรมและลอบทำร้าย 30,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาล/ครั้ง ไม่เกิน 3,000 บาท


6. การเขียนรายงานสหกิจศึกษา

6.1 รูปแบบและเนื้อหาการเขียนรายงานสหกิจศึกษา

หลักสูตรสหกิจศึกษากำหนดให้นักศึกษาต้องเขียนรายงานในระหว่างปฏิบัติงาน ณ องค์กร/สถานประกอบการ และนำส่งอาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษาภายหลังปฏิบัติงานสิ้นสุดลง รายงานอาจมีลักษณะแตกต่างกันไป แล้วแต่ลักษณะการปฏิบัติงานของนักศึกษาแต่ละคน เช่น

ก. รายงานการวิจัย หากงานที่นักศึกษาได้รับมอบหมายเป็นโครงการหรืองานวิจัย
ข. รายงานวิธีและขั้นตอนการปฏิบัติงานต่าง ๆที่ได้รับมอบหมายภายในองค์กร/สถานประกอบการ
ค.รายงานทางวิชาการที่น่าสนใจที่ทางองค์กร/สถานประกอบการมอบหมายให้นักศึกษาค้นคว้าข้อมูล มีการวิเคราะห์ สรุป และแปลผลข้อมูล

รายงานสหกิจศึกษาที่ดีต้องมีความถูกต้อง ชัดเจน มีความถูกต้องของเนื้อหาไม่เยิ่นเย้อ อาจมีรูปภาพ และ/หรือตารางประกอบตามความเหมาะสม ส่วนประกอบของรายงานประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ คือ

1. ส่วนนำเรื่องหรือส่วนประกอบตอนต้น ประกอบด้วย

  • ปกนอก (cover) เป็นปกอ่อนหรือแข็งมีขนาดเท่ากับกระดาษ A4 ข้อความบนปกเป็นภาษาไทยหรืออาจใช้ภาษาอังกฤษร่วมด้วยก็ได้ ส่วนบนของปกเป็นชื่อเรื่องที่รายงานหากเป็นชื่อยาวอาจแบ่งเป็น 2 บรรทัด ส่วนกลางหน้ากระดาษเป็นชื่อ-สกุล และรหัสนักศึกษา ส่วนล่างประกอบด้วยชื่อรายวิชาที่รายงาน ชื่อคณะและมหาวิทยาลัย ภาคการศึกษา และปีการศึกษาที่รายงาน
  • ปกใน (title page) พิมพ์เช่นเดียวกับปกนอก
  • คำนำ (foreword,preface,introduction) เป็นการบอกวัตถุประสงค์ ขอบข่ายของงานและวิธีการศึกษาอาจลงท้ายด้วยการขอบคุณผู้ที่ให้การช่วยเหลือ
  • สารบัญ (content) แสดงลำดับการดำเนินเรื่องและจัดหัวข้อ มีเลขหน้ากำกับบอกให้ทราบว่าหัวข้อเหล่านั้นอยู่หน้าใด
  • รายการตาราง (list of tables) บอกชื่อตารางที่ปรากฏอยู่ในเนื้อหาพร้อมเลขหน้ากำกับ
  • รายการภาพประกอบ (list of illustration) บอกรายการภาพที่ประกอบในเนื้อหาพร้อมเลขหน้ากำกับตามลำดับ

2. ส่วนเนื้อเรื่องหรือส่วนประกอบตอนกลาง ประกอบด้วย

  • บทนำ เป็นการอธิบายเนื้อหาอย่างกว้าง ๆ ให้ผู้อ่านเข้าใจในเบื้องต้น เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับสถานประกอบการและงานที่ได้รับมอบหมาย พร้อมทั้งแสดงความสำคัญและจุดประสงค์ของเรื่องที่นำเสนอ
  • เนื้อเรื่อง เป็นสาระทั้งหมดของรายงานซึ่งเป็นการนำเอาความรู้ ความคิดที่ได้ศึกษาหรือปฏิบัติงานมาเขียนเป็นรายงานอย่างเป็นระบบ ในเนื้อหาอาจมีการใช้เอกสารอ้างอิงประกอบการเรียบเรียง เพื่อให้ทราบแหล่งที่มาของเนื้อหา อาจมีภาพหรือตารางประกอบตามความจำเป็น หากเป็นการปฏิบัติการทดลองจะต้องอธิบายวิธีการทดลอง วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้และผลการทดลองอย่างละเอียด
  • สรุป เป็นการสรุปย่อประเด็นสำคัญ เพื่อให้เห็นภาพรวมของเนื้อหาอย่างชัดเจน

3. ส่วนอ้างอิงหรือส่วนประกอบตอนปลาย ประกอบด้วย

  • บรรณานุกรม หรือเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการค้นคว้าประกอบการเรียบเรียง
  • ภาคผนวก (ถ้ามี)


5.1 การรับสมัครนักศึกษาสหกิจศึกษา

เพื่อให้การเตรียมการเกี่ยวกับการไปปฏิบัติงานของนักศึกษาสหกิจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และนักศึกษามีคุณสมบัติพร้อมที่จะไปปฏิบัติงานในองค์กร/สถานประกอบการ คณะทรัพยากรธรรมชาติได้กำหนดระเบียบการที่เกี่ยวกับการสมัครเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษาฯ ไว้ดังนี้

5.1.1 การรับสมัครเข้าโครงการฯ กำหนดให้นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ทุกสาขาวิชาแจ้งข้อมูลรายละเอียดการเข้าร่วมหลักสูตรสหกิจศึกษาตามระยะเวลาที่โครงการสหกิจศึกษาฯ การพิจารณาคุณสมบัติของนักศึกษาสหกิจศึกษาจะเป็นความรับผิดชอบของสาขาวิชา โดยยึดหลักการและเงื่อนไขตามแต่ละสาขาวิชากำหนด

5.1.2 การแจ้งความจำนงไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษา นักศึกษาสหกิจศึกษาจะต้องตรวจสอบข้อมูล ภาคการศึกษาที่แจ้งความประสงค์ไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษา ที่บอร์ดหน้าหน่วยประสานงานสหกิจศึกษาภายในสัปดาห์แรกหลังจากเปิดภาคการศึกษาของทุกภาคการศึกษา หากพ้นกำหนดจะถือว่านักศึกษายืนยันตามข้อมูลที่ได้แจ้งไว้กับโครงการฯ ในกรณีนักศึกษาที่มีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนแปลงภาคการศึกษาที่จะไปปฏิบัติงาน จะต้องยื่นแบบสำรวจความต้องการไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษา โดยระบุภาคการศึกษาที่ต้องการไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษา

5.2 การเตรียมความพร้อมนักศึกษาก่อนออกปฏิบัติงาน

เพื่อเป็นการเตรียมให้นักศึกษามีความพร้อมสูงสุดก่อนที่จะออกไปปฏิบัติงาน ณ องค์กร/สถานประกอบการ โดยมีหัวข้อที่จะอบรมเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. การเลือกงานและสถานประกอบการ
2. การเขียนใบสมัครงาน
3. การเขียนประวัติส่วนตัว
4. การเตรียมตัวสัมภาษณ์
5. การบรรยายพิเศษของสถานประกอบการ
6. การพัฒนาบุคลิกภาพ
7. การเขียนรายงานและนำเสนอโครงการ/ผลงาน
8. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานประกอบการ
9. 5 ส
10. การควบคุมคุณภาพ
11. จริยธรรมองค์กรและวัฒนธรรมองค์กร

5.3 การสมัครงานและการจัดคู่ (Matching)

นักศึกษาสามารถเลือกสมัครงานได้ตามงานที่ได้รับการเสนอจากองค์กร/สถานประกอบการ ซึ่งได้ติดประกาศให้นักศึกษาทราบโดยที่นักศึกษาจะได้รับการปฏิบัติเสมือนการไปสมัครเข้าทำงานจริงกับองค์กร/สถานประกอบการนั้น ๆ โดยมีขั้นตอนดังนี้

5.3.1 นักศึกษาสามารถเลือกองค์กร/สถานประกอบการจากประกาศของหน่วยประสานงานสหกิจศึกษา ได้ 2 แห่ง ตามลำดับความสนใจจากมากไปหาน้อย
5.3.2 สถานประกอบการจะคัดเลือกนักศึกษาโดยพิจารณาจากใบสมัครหรือการสัมภาษณ์นักศึกษา
5.3.3 หน่วยประสานงานสหกิจศึกษา โดยความเห็นชอบจากสาขาวิชา จะจัดนักศึกษาเข้าปฏิบัติงานในสถานประกอบการ โดยอาศัยข้อมูลจากข้อ 1 และ ข้อ 2 ซึ่งสอดคล้องกัน

5.4 การคัดเลือกนักศึกษาโดยองค์กร/สถานประกอบการ

องค์กร/สถานประกอบการจะคัดเลือกนักศึกษาไปปฏิบัติงาน โดยพิจารณาจากใบสมัครอย่างเดียวหรืออาจจะสัมภาษณ์นักศึกษาด้วย ซึ่งเมื่อนักศึกษาส่งใบสมัครแล้วขอให้ตรวจสอบประกาศการสัมภาษณ์งานเป็นระยะๆ หลังจากนั้นองค์กร/สถานประกอบการจะส่งผลการคัดเลือกนักศึกษาให้หน่วยประสานงานสหกิจศึกษาทราบ โดยระบุลำดับการเลือกนักศึกษา

5.5 การจัดเข้าคู่ระหว่างองค์กร/สถานประกอบการและนักศึกษา

อาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษาจะนำผลการคัดเลือกนักศึกษาขององค์กร/สถานประกอบการ และลำดับความต้องการของนักศึกษามาจัดเข้าคู่กัน โดยจะพยายามจัดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทั้งสองฝ่ายมากที่สุด และประกาศผลการคัดเลือกให้นักศึกษาทราบที่หน่วยประสานงานสหกิจศึกษาโดยจะประกาศผลการคัดเลือกตามวันที่กำหนดในปฏิทินสหกิจศึกษา ภายหลังการประกาศผลการคัดเลือกแล้วถือว่านักศึกษาทุกคนจะต้องไปปฏิบัติงาน ณ องค์กร/สถานประกอบการนั้น ๆ จะขอสละสิทธิ์การไปปฏิบัติงานไม่ได้โดยเด็ดขาด

5.6 ค่าตอบแทนและสวัสดิการจากองค์กร/สถานประกอบการ

ตามปกติองค์กร/สถานประกอบการจะจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงให้แก่เจ้าหน้าที่ในอัตราที่องค์กร/สถานประกอบการกำหนด อย่างไรก็ตามหน่วยงานบางแห่งอาจจะให้ค่าตอบแทนที่ต่ำ ในกรณีที่องค์กร/สถานประกอบการเสนองานให้แก่นักศึกษาโดยมีค่าตอบแทนต่ำนั้น การรับงานนั้นให้แก่นักศึกษาได้หรือไม่มีเงื่อนไขดังนี้

1. ยอมรับงานให้แก่นักศึกษาโดยปรับตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำ
2. เป็นไปตามความต้องการของนักศึกษา โดยมีเหตุผลอันควร เช่น สถานประกอบการตั้งอยู่ในภูมิลำเนาของนักศึกษา นักศึกษาสนใจลักษณะงานที่บริษัทเสนอ
3. สาขาวิชาเห็นชอบด้วย กรณีที่องค์กร/สถานประกอบการจัดที่พักให้นักศึกษาถือว่าเป็นสวัสดิการเพิ่ม หากนักศึกษาไม่สะดวกในเรื่องที่พักที่จัดให้ ให้หาที่พักเองได้แต่จะนำมาเป็นข้ออ้างในการไม่ปฏิบัติงานหรืองดปฏิบัติงาน หรือเปลี่ยนสถานที่ไม่ได้ ในกรณีที่องค์กร/สถานประกอบการไม่จัดที่พักให้ ขอให้นักศึกษาประสานกับเจ้าหน้าที่สหกิจศึกษา เพื่อติดต่อฝ่ายบุคคลขององค์กร/สถานประกอบการให้ช่วยจัดหาที่พักที่ปลอดภัยและเหมาะสมให้กับนักศึกษา เช่น พักรวมกับบุคลากรขององค์กร/สถานประกอบการ พักในละแวกที่พนักงานพักอยู่และมีรถของสถานประกอบการรับส่งโดยสะดวก เป็นต้น

5.7 กิจกรรมภายหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน ณ องค์กร/สถานประกอบการ

5.7.1 นักศึกษาเข้ารับการสัมภาษณ์โดยอาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษาประจำสาขาวิชา โดยอาจารย์จะสัมภาษณ์นักศึกษาทันทีที่กลับมาจากการปฏิบัติงาน เพื่อสอบถามปัญหา ให้คำปรึกษาหารือ ข้อเสนอแนะ และแนวคิดที่ถูกต้องในการพัฒนาตนเองของนักศึกษา พร้อมทั้งส่งรายงานทางวิชาการแก่อาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษาและทำการแก้ไขให้สมบูรณ์ตามระยะเวลาที่อาจารย์ที่ปรึกษากำหนด
5.7.2 การร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างที่ปรึกษาสหกิจศึกษาและนักศึกษา เพื่อพัฒนาความสามารถในการนำเสนอและถ่ายทอดประสบการณ์ ซึ่งเป็นสาระสำคัญของโครงการสหกิจศึกษา จัดให้นักศึกษาที่กลับจากสถานประกอบการร่วมกันสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักศึกษากันเองภายใต้การกำกับดูแลของอาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษาประจำสาขาวิชา

5.8 การประเมินผล

การให้ระดับคะแนนตัวอักษรจะเป็นระบบ Grade ได้ระดับขั้น A-E ทั้งนี้มีกระบวนการที่ใช้ในการประเมินผล ดังนี้

5.8.1 นักศึกษาเข้าร่วมการปฐมนิเทศ อบรม สัมมนา และกิจกรรมสหกิจศึกษาที่กำหนดไว้โดยครบถ้วน
5.8.2 ได้รับผลการประเมินความสามารถในการปฏิบัติงานและรายงานวิชาการตามที่คณะกำหนด
5.8.3 เข้าร่วมกิจกรรมหลังกลับจากปฏิบัติงานครบถ้วนได้แก่ การประชุม การสัมภาษณ์ สัมมนาและส่งแบบสอบถาม


4. แนวปฏิบัติสำหรับนักศึกษาสหกิจศึกษา

4.1 การเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษา

เพื่อให้การเตรียมการเกี่ยวกับการไปปฏิบัติงานของนักศึกษาสหกิจศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และนักศึกษามีคุณสมบัติพร้อมที่จะออกไปปฏิบัติงานในองค์กร/สถานประกอบการ คณะฯ ได้กำหนดระเบียบการที่เกี่ยวข้องกับการเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษาไว้ดังนี้

4.1.1 การสมัครเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษา นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ขึ้นไปที่สังกัดภาควิชาแน่นอนแล้วสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษา โดยยื่นแบบคำร้องที่หน่วยประสานงานสหกิจศึกษา คณะทรัพยากรธรรมชาติ ในระยะเวลาที่คณะฯ กำหนด การคัดเลือกนักศึกษาเข้าโครงการสหกิจศึกษาจะเป็นหน้าที่ของภาควิชาฯ โดยยึดหลักการและเงื่อนไขตามที่คณะฯ และภาควิชาฯ กำหนด
4.1.2 การฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมสหกิจศึกษา ต้องผ่านการอบรมและการประเมินหลักสูตรการฝึกอบรมตามที่คณะฯ กำหนด ได้แก่ การพัฒนาบุคลิกภาพ ทักษะการสมัครงานและการสัมภาษณ์ การทำงานเป็นทีม ชีวิตกับการทำงาน ความปลอดภัยในการทำงาน และเทคนิคในการนำเสนอ เป็นต้น นักศึกษาที่ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่คณะฯกำหนด ต้องมีเหตุอันควรและต้องชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทดแทนตามที่หน่วยประสานงานสหกิจศึกษาศึกษาแนะนำ นักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมไม่ครบถ้วนหรือไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยประสานงานสหกิจศึกษาศึกษาจะถูกตัดสิทธิ์การไปปฏิบัติงานทันที
4.1.3 การยืนยันการไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษา นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษาจะต้องกรอกแบบยืนยันสิทธิ์การไปปฏิบัติงานภายในสัปดาห์แรกของภาคการศึกษาที่ 1 ชั้นปีที่ 4 นักศึกษาที่ไม่กรอกแบบยืนยันสิทธิ์ถือว่าสละสิทธิ์จากการเข้าร่วมโครงการฯ
4.1.4 การขอสละสิทธิ์จากการเข้าร่วมโครงการฯ

  • นักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะฯ จะขอสละสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการฯ ได้เมื่อมีเหตุผลจำเป็น โดยยื่นคำร้องต่อหัวหน้าภาควิชาฯ ที่ตนสังกัดภายในสิ้นภาคการศึกษาที่ 2 ของชั้นปีที่ 3
  • เมื่อประกาศผลการคัดเลือกเข้าปฏิบัติงานในองค์กร/สถานประกอบ นักศึกษาจะต้องไปปฏิบัติงานทุกคน โดยจะสละสิทธิ์ หรือถอนตัวจากการเข้าร่วมโครงการฯ หรือเลื่อนการออกไปปฏิบัติงานไม่ได้
  • นักศึกษาที่ออกไปปฏิบัติงานในองค์กร/สถานประกอบการแล้วจะลาออกจากโครงการฯ หรือเปลี่ยนแปลงระยะเวลาการไปปฏิบัติงานไม่ได้โดยเด็ดขาด ยกเว้นในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินโดยต้องมีใบรับรองแพทย์มายืนยัน
  • ในกรณีที่นักศึกษาสละสิทธิ์จากการเข้าร่วมโครงการฯ โดยไม่มีเหตุผลอันควร หรือสละสิทธิ์หลังการประกาศผลการคัดเลือกแล้ว นักศึกษาจะได้รับการประเมินผล E ในรายวิชาสหกิจศึกษา และไม่อนุญาตให้ไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษาอีก แต่นักศึกษาสามารถลงทะเบียนรายวิชาทดแทนรายวิชาสหกิจศึกษา ซึ่งอาจมีผลให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาช้ากว่ากำหนด
4.1.5 การกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องไปปฏิบัติงานในองค์กร/สถานประกอบการอย่างน้อย 15 สัปดาห์ตามภาคการศึกษาสหกิจศึกษาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร

4.2 กิจกรรมระหว่างปฏิบัติงานสหกิจศึกษา

4.2.1 กำหนดการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาในสถานประกอบการ นักศึกษาต้องเดินทางถึงองค์กร/สถานประกอบการในวันที่กำหนด กรณีเกิดเหตุขัดข้องไม่สามารถเดินทางไปถึงตามวันที่กำหนดได้ ให้นักศึกษาแจ้งให้องค์กร/สถานประกอบการและคณะฯทราบโดยด่วนที่สุด
4.2.2 การส่งรายละเอียดองค์กร/สถานประกอบการ และการส่งรายงาน

  • ในระหว่างสัปดาห์แรกของการปฏิบัติงานฯ นักศึกษาจะต้องส่งแบบฟอร์มแจ้งสถานที่ปฏิบัติงาน ชื่อที่ปรึกษา หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ที่พัก หมายเลขโทรศัพท์ และโทรสาร ที่หน่วยประสานงานสหกิจศึกษา คณะทรัพยากรธรรมชาติ
  • ในระหว่างสัปดาห์ที่ 2 ของการปฏิบัติงานฯ นักศึกษาจะต้องส่งแบบฟอร์มแจ้งแผนการปฏิบัติงานมายังคณะฯ
  • หากนักศึกษาไม่สามารถส่งเอกสารต่างๆ ถึงคณะฯ ได้ตามกำหนด ควรแจ้งให้คณะฯทราบทันที
  • นักศึกษาจะต้องมอบแบบประเมินผลการปฏิบัติงานนักศึกษาสหกิจศึกษา และแบบประเมินผลรายงานสหกิจศึกษาให้กับที่ปรึกษาทันทีที่นักศึกษาได้รับมอบหมายงานจากองค์กร/สถานประกอบการ หรือที่ปรึกษา
  • นักศึกษาต้องส่งรายงานให้แก่ที่ปรึกษาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานและแก้ไขให้แล้วเสร็จก่อนกลับมานำเสนอรายงานต่อภาควิชาฯ ที่นักศึกษาสังกัด

4.3 การให้บริการของหน่วยประสานงานสหกิจศึกษา

  • รวบรวมใบสมัครนักศึกษาเข้าโครงการสหกิจศึกษา
  • ประสานงานกับภาควิชาฯ ในการจัดนักศึกษาเข้าหลักสูตรสหกิจศึกษา
  • จัดอบรมให้นักศึกษาได้แก่ หลักสูตรพัฒนาบุคลิกภาพ ทักษะการนำเสนอ ทักษะการสมัครงาน และสัมภาษณ์ การทำงานเป็นทีม เป็นต้น
  • ร่วมกับภาควิชาฯ จัดหาองค์กร/สถานประกอบการให้เพียงพอกับจำนวนนักศึกษา
  • ประสานงานกับองค์กร/สถานประกอบการ และภาควิชาฯ ในการนิเทศงานนักศึกษา
  • ให้คำปรึกษาเพื่อแก้ปัญหาให้นักศึกษาในระหว่างปฏิบัติงาน ณ องค์กร/สถานประกอบการ
  • รับคำร้องต่างๆ ที่เกี่ยวกับสหกิจศึกษา เช่น คำร้องขอจบการศึกษา เป็นต้น
  • ประสานงานกับภาควิชาฯในการกำหนดเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของนักศึกษา
  • จัดทำทะเบียนประวัตินักศึกษาสหกิจศึกษา
  • ประสานงานการจัดทำใบรับรองการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา
  • รวบรวมรายละเอียดองค์กร/สถานประกอบการ


3. บทบาทขององค์กร/สถานประกอบการกับสหกิจศึกษา

3.1 ความสำคัญขององค์กร/สถานประกอบการ

3.1.1 ก่อให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันการศึกษา
3.1.2 ด้านการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาและช่วยพัฒนาบัณฑิตของชาติ

3.2 ผลที่องค์กร/สถานประกอบการจะได้รับจากความร่วมมือ

3.2.1 มีนักศึกษาที่มีความกระตือรือร้นและมีความพร้อมทางวิชาการระดับหนึ่งมาช่วยปฏิบัติงาน
3.2.2 พนักงานประจำมีเวลามากขึ้นที่จะปฏิบัติงานในหน้าที่อื่นที่มีความสำคัญมากกว่า
3.2.3 เป็นวิธีการช่วยคัดเลือกนักศึกษาเข้าเป็นพนักงานประจำในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องมีการทดลองงานก่อน

3.3 บทบาทขององค์กร/สถานประกอบการ

โดยทั่วไปฝ่ายบริหารงานบุคคลหรือทรัพยากรมนุษย์ จะทำหน้าที่ประสานงานการรับนักศึกษามาปฏิบัติงาน ณ องค์กร/สถานประกอบการ เป็นผู้ให้คำแนะนำและอธิบายแนวความคิด เกี่ยวกับสหกิจศึกษาแก่ผู้บริหารของสถานประกอบการ บุคลากร ที่ปรึกษาของนักศึกษา และทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา

การปฐมนิเทศ เพื่อให้นักศึกษารับรู้เกี่ยวกับ ระเบียบวินัย วัฒนธรรมองค์กรของสถานประกอบการ การรักษาความปลอดภัยในการทำงาน ตลอดจนการให้ความรู้เกี่ยวกับสถานประกอบการรวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานในสถานประกอบการนั้น ๆ

3.4 ที่ปรึกษา (Job Supervisor)

ที่ปรึกษา (Job Supervisor) หมายถึง บุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ที่องค์กร/สถานประกอบการมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการปฏิบัติงานของนักศึกษา อาจจะเป็นผู้บังคับบัญชาหรือเป็นหัวหน้างานในการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลา 15 สัปดาห์ เป็นผู้ที่ให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาทั้งทางด้านการปฏิบัติงานและการปรับตัวของนักศึกษาให้เข้ากับหน่วยงาน/องค์กร ดังนั้นที่ปรึกษาควรมีส่วนในการกำหนด งานที่เกี่ยวข้องกับสหกิจศึกษา ดังต่อไปนี้

3.4.1 การกำหนดลักษณะงาน (Job description) นักศึกษามีหน้าที่ต้องเรียนรู้และร่วมปฏิบัติงานที่เป็นงานประจำขององค์กร/สถานประกอบการเช่นเดียวกับพนักงานอื่น ๆ ขององค์กรตามที่ได้รับมอบหมาย งานที่ได้รับมอบหมายอาจเป็นงานประจำขององค์กร/หน่วยงานหรือเป็นงานวิจัยพิเศษที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กร/สถานประกอบการที่ต้องการให้นักศึกษาทำ หรืองานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรกำหนดลักษณะงานของนักศึกษาและขอบข่ายหน้าที่ล่วงหน้าหากสามารถปฏิบัติได้
3.4.2 การวางแผนงาน (Co – op Work Plan) องค์กร/สถานประกอบการควรมีแผนสำหรับการปฏิบัติงานของนักศึกษาตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน ที่ระบุขั้นตอน ระยะเวลาการทำงาน บุคคล/หน่วยที่รับผิดชอบแต่ละส่วน (ถ้ามี) และ/หรือผลงานที่องค์กร/สถานประกอบการมุ่งหวัง
3.4.3 การประเมินผลการปฏิบัติงาน องค์กร/สถานประกอบการ ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักศึกษา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลจากการปฏิบัติงานและลักษณะส่วนบุคคลที่มีผลต่อการปฏิบัติงาน โดยอาจใช้แบบประเมินผลที่คณะฯจัดทำ ในระยะเวลาที่เหมาะสม และส่งรายงานสุดท้ายให้คณะฯภายใน 1 สัปดาห์หลังจากสิ้นสุดการปฏิบัติงาน นักศึกษาต้องทำรายงาน 1 ฉบับ เสนอต่อสถานประกอบการและคณะฯ ภายใต้การดูแลของที่ปรึกษาและคณะฯ การประเมินผลรายงาน ขอให้ที่ปรึกษา ตรวจแก้รายงานให้แก่นักศึกษา และประเมินผลรายงาน ภายในสัปดาห์สุดท้าย และส่งผลการประเมินให้กับหน่วยประสานงานสหกิจศึกษาศึกษาคณะทรัพยากรธรรมชาติ
3.4.4 การนิเทศงานนักศึกษา (Student Visiting) อาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษาจะมานิเทศงานร่วมกับที่ปรึกษาขององค์กร/สถานประกอบการอย่างน้อย 1 ครั้ง ในระหว่างการปฏิบัติงานของนักศึกษา โดยจะมีการนัดหมายล่วงหน้า
3.4.5 การประเมินผลรายงาน การประเมินผลรายงานสุดท้าย ขอให้ที่ปรึกษา ณ องค์กร/สถานประกอบการ ช่วยประเมินผลและ/หรือให้ข้อคิดเห็นการเขียนรายงานการปฏิบัติงานของนักศึกษา ภายในสัปดาห์สุดท้ายของช่วงการปฏิบัติงาน ทั้งนี้นักศึกษาต้องแก้ไขรายงานและจัดทำรายงานให้สมบูรณ์ก่อนกลับมหาวิทยาลัย


2. บทบาทและหน้าที่ของนักศึกษาและอาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษา

2.1 บทบาทและหน้าที่ของนักศึกษาสหกิจศึกษา

ภาควิชาโดยคณาจารย์ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้รับผิดชอบคัดเลือกนักศึกษาที่ต้องการเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษา โดยนักศึกษาต้องแจ้งรายละเอียดการเข้าร่วมโครงการ ภายในภาคการศึกษาที่ 1 ของชั้นปีที่ 3

2.1.1 คุณสมบัติของนักศึกษาที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษา

1. เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ขึ้นไป หรือ ขึ้นอยู่กับสาขาวิชา
2. มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50 ณ วันรับสมัครเข้าร่วมโครงการ หรืออยู่ในดุลยพินิจของสาขาวิชา
3. จะต้องมีความรู้พื้นฐานตามที่หลักสูตรกำหนด
4. มีวุฒิภาวะ มีความประพฤติดี และไม่เคยกระทำผิดวินัยนักศึกษา
5. มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เป็นโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในสถานประกอบการ ต้องมีใบรับรองแพทย์รับรองมาด้วย

2.1.2 หน้าที่ของนักศึกษา

1. ต้องผ่านการปฐมนิเทศและการฝึกอบรมที่หน่วยประสานงานสหกิจศึกษาศึกษากำหนดครบถ้วนทุกกระบวนการ
2. ติดตามข่าว และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบหน่วยประสานงานสหกิจศึกษา คณะทรัพยากรธรรมชาติ อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา
3. ก่อนไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษาต้องหมั่นฝึกฝนตนเองและเพิ่มพูนความรู้ด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
4. ปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือระเบียบวินัยขององค์กร/สถานประกอบการอย่างเคร่งครัด
5. ตั้งใจปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย จากที่ปรึกษาอย่างเต็มความสามารถ
6. หลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้งในองค์กร/สถานประกอบการทุกกรณี
7. ในช่วงระยะเวลาของการปฏิบัติงานในองค์กร/สถานประกอบการ ต้องจัดส่งเอกสารตามที่หน่วยประสานงานสหกิจศึกษาศึกษากำหนด รวมถึงให้ข่าวสารการปฏิบัติงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง จนเสร็จสิ้นภารกิจ
8. หากมีปัญหาใดๆเกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติงานต้องรีบติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยประสานงานสหกิจศึกษาทันที

2.2 บทบาทและภาระหน้าที่ของอาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษา

อาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษาต้องเป็นอาจารย์ในภาควิชาเดียวกันกับภาควิชาที่นักศึกษาสังกัด ซึ่งเป็นตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากภาควิชานั้นๆ เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านวิชาการแก่นักศึกษา รวมถึงการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ประสานงานสหกิจศึกษา นักศึกษาและสถานประกอบการ โดยมีบทบาทและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

1. จัดหาแหล่งงาน สถานประกอบการที่เหมาะสมให้กับ นักศึกษา
2. พิจารณาคัดเลือกนักศึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษาและพิจารณาให้ความเห็นชอบในกรณีที่นักศึกษาขอลาออกจากโครงการฯ หรือมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น
3. ให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาในการลงทะเบียนเรียนรายวิชาสหกิจศึกษา และกิจกรรม สหกิจศึกษาในทุกๆ ด้าน
4. รวบรวมและจัดทำแผนการนิเทศงานสหกิจศึกษา
5. นิเทศงานสหกิจศึกษาของนักศึกษาในภาควิชาตามแผนที่กำหนด
6. ประสานงานกับหน่วยประสานงานสหกิจศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมสหกิจศึกษาของภาควิชา
7. ติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติงานของนักศึกษาสหกิจศึกษาที่อยู่ในความดูแล
8. ร่วมสัมมนาและประเมินผลการปฏิบัติงานของนักศึกษาสหกิจศึกษาของภาควิชา หลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน ณ องค์กร/สถานประกอบการ

2.3 การนิเทศงานสหกิจศึกษา

มีการนิเทศงานโดยคณาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษาและอาจารย์ประจำสาขาวิชาที่มีนักศึกษาไปปฏิบัติงาน โดยอาจจะมีเจ้าหน้าที่ของหน่วยประสานงานสหกิจศึกษาร่วมเดินทางไปนิเทศงานอย่างน้อย 1 ครั้ง ระหว่างที่นักศึกษาในสังกัดสาขาวิชาปฏิบัติงาน ณ สถานประกอบการ โดยมีวัตถุประสงค์ของการนิเทศงานสหกิจศึกษา ดังนี้

  • เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่นักศึกษาที่กำลังปฏิบัติงานโดยลำพัง ณ องค์กร/สถานประกอบการ ซึ่งนักศึกษาจะต้องอยู่ห่างไกลครอบครัว เพื่อนและคณาจารย์
  • เพื่อดูแลและติดตามผลการปฏิบัติงานของนักศึกษา ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสหกิจศึกษา
  • เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ปัญหาด้านวิชาการและปัญหาการปรับตัวของนักศึกษาในสภาวะการทำงานจริง
  • เพื่อรับทราบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับแนวความคิดการมาปฏิบัติงานของนักศึกษาในระบบสหกิจศึกษา ตลอดจนการแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าทางวิชาการซึ่งกันและกัน
  • เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย

ขั้นตอนการนิเทศงานสหกิจศึกษา ประกอบด้วย

  • เจ้าหน้าที่ของหน่วยประสานงานสหกิจศึกษา จะประสานงานกับอาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษาของแต่ละสาขาวิชา เพื่อกำหนดแผนการนิเทศงานของสาขาวิชาทั้งภาคการศึกษา โดยนักศึกษาทุกคนที่ไปปฏิบัติงานจะต้องได้รับการนิเทศงานอย่างน้อย 1 ครั้งในระหว่างที่ปฏิบัติงาน
  • อาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษาหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ประสานงานกับสถานประกอบการเพื่อนัดหมายวันและเวลาที่อาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษาจะเดินทางไปนิเทศนักศึกษา ณ สถานประกอบการ
  • เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ประสานงานสหกิจศึกษา รวบรวมแฟ้มประวัตินักศึกษาพร้อมรายละเอียดสถานประกอบการส่งมอบให้อาจารย์ผู้ที่จะไปนิเทศงานก่อนวันเดินทาง 1-2 วันทำการ
  • อาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษา/อาจารย์ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้นิเทศงาน เดินทางไปนิเทศงานตามกำหนดนัดหมาย โดยมีหัวข้อการนิเทศงาน คือ ตรวจสอบคุณภาพงานและหัวข้อรายงานที่สถานประกอบการมอบหมาย ติดตามผลการปฏิบัติงานและความก้าวหน้าในการจัดทำรายงานของนักศึกษา ให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งด้านวิชาการและการพัฒนาตนเองของนักศึกษา
ภายหลังการเดินทางกลับ อาจารย์ผู้ไปนิเทศงานประเมินผลการนิเทศงานทั้งสถานประกอบการและนักศึกษา ตามแบบประเมินผล


สหกิจศึกษา คืออะไร

1.1 บทนำ
สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การลงทุนทางธุรกิจทั้งจากคนไทยและธุรกิจข้ามชาติ ตลอดจนสังคมไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากและรวดเร็ว มีส่วนสำคัญยิ่งต่อการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้ก้าวทันความเจริญของกระแสสังคม รวมทั้งบัณฑิตที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา หากได้รับการเตรียมความพร้อมทั้งด้านมาตรฐานวิชาการและทักษะทางวิชาชีพในระดับที่มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการขององค์กรผู้รับบัณฑิตเข้าไปร่วมงาน ก็จะช่วยให้บัณฑิตมีโอกาสสูงที่จะได้รับการคัดเลือกสู่ตลาดวิชาชีพเหล่านั้น ระบบการจัดการศึกษาของคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้ด้านวิชาการและสามารถบูรณาการความรู้เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ได้สัมผัสจากประสบการณ์ตรงและการทำงานในสถานประกอบการจริง ในรูปแบบของสหกิจศึกษา (Co-operative Education) จึงเป็นแนวทางที่สามารถนำมาใช้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว

1.2 หลักการและเหตุผล
สหกิจศึกษา (Co-operative Education) หมายถึง การจัดการศึกษาบูรณการองค์ความรู้จากห้องเรียนของนักศึกษา เชื่อมโยงเข้ากับการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการอย่างเป็นระบบ ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ระหว่างคณาจารย์ของคณะทรัพยากรธรรมชาติและที่ปรึกษา (Job supervisor) จากองค์กร/สถานประกอบการ นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้องค์กร/สถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีศักยภาพสูง เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตบัณฑิตอย่างมีคุณภาพตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง การที่นักศึกษามีโอกาสปฏิบัติงานจริงในองค์กร/สถานประกอบในฐานะพนักงานเต็มเวลา จะก่อให้เกิดการเรียนรู้เรื่องการบูรณาการองค์ความรู้ภาคทฤษฎีมาสู่การปฏิบัติจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจ และคุ้นเคยกับความเป็นจริงของชีวิตการทำงาน และที่สำคัญนักศึกษาสามารถค้นหาและพัฒนาศักยภาพของตนเองให้มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน สำหรับการปฏิบัติงานอาชีพหลังจากที่สำเร็จการศึกษาสหกิจศึกษาจึงเป็นแนวทางในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพสูง รู้จริงและทำได้จริงตรงตามความต้องการของตลาดวิชาชีพ เป็นการแก้ไขปัญหาและเตรียมบุคลากรสำหรับการปฏิบัติงานในยุคปัจจุบันอย่างถูกต้องและเหมาะสม นอกจากนี้การจัดการศึกษาในลักษณะสหกิจศึกษา ยังเป็นกลไกหนึ่งของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยกับองค์กร/สถานประกอบการทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่รับนักศึกษาเข้าปฏิบัติงานสหกิจศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ร่วมที่จะเกิดขึ้นแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและให้การปฏิบัติภารกิจของคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นการตอบสนองความต้องการของสังคมและประเทศชาติโดยรวมอย่างแท้จริง

1.3 วัตถุประสงค์ของหลักสูตรสหกิจศึกษา

  • เพื่อเพิ่มศักยภาพของนักศึกษาจากการปฏิบัติงานจริงในองค์กร/สถานประกอบการภายใต้ความร่วมมือระหว่างองค์กร/สถานประกอบการและคณะทรัพยากรธรรมชาติ
  • เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคณะฯ และองค์กร/สถานประกอบการ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
  • เพื่อให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการบุคลากรของตลาดวิชาชีพ

1.4 หลักสูตรสหกิจศึกษา คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เพื่อให้การปฏิบัติงานสหกิจศึกษาเป็นไปอย่างเหมาะสม คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงจัดหลักสูตรสหกิจศึกษาไว้ดังนี้ คือ

1.4.1 ตามหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (เกษตรศาสตร์) ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2546 รวม 5 สาขาวิชา คือ การจัดการศัตรูพืช ปฐพีศาสตร์ พัฒนาการเกษตร พืชศาสตร์ และสัตวศาสตร์ จัดรายวิชาสหกิจศึกษาเป็นวิชาเลือก มีจำนวนหน่วยกิตรวม 9 หน่วยกิต ซึ่งเทียบได้กับรายวิชาเลือกตามหลักสูตรข้างต้น 3 รายวิชา โดยแต่ละหลักสูตรจะเป็นผู้คัดเลือกนักศึกษาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและเหมาะสมไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษา ส่วนนักศึกษาที่ไม่ผ่านการคัดเลือกจะต้องลงเรียนรายวิชาเลือกให้ครบถ้วน เพื่อทดแทนรายวิชาสหกิจศึกษา
1.4.2 ทุกหลักสูตรจัดรายวิชาสหกิจศึกษาไว้ในชั้นปีที่ 4 ไม่น้อยกว่า 15 สัปดาห์ ดังนั้นนักศึกษาที่จะเลือกรายวิชาสหกิจศึกษา จะต้องมีการวางแผนสู่ระบบสหกิจศึกษาและจัดการวิชาเรียนอื่น ๆ อย่างครบถ้วนตามหลักสูตร
1.4.3 รายวิชาศึกษาสหกิจศึกษา มีค่าเท่ากับ 9 หน่วยกิต และเป็นรายวิชาเลือกดังกล่าวไว้ในข้อ 1 ดังนั้นการประเมินผลการปฏิบัติงานจะมีการประเมินผลในรูปของระดับขั้นคะแนน (grade) ซึ่งมี 8 ระดับ คือ A , B+ , B , C+ , C , D+ , D และ E โดยการให้คะแนนระหว่างกรรมการสหกิจศึกษาจากภาควิชากับองค์กร/สถานประกอบการมีสัดส่วน 50 : 50

1.5 ลักษณะการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา

1) ปฏิบัติงานเช่นเดียวกับพนักงานเต็มเวลา (Full Time) ขององค์กร/สถานประกอบการ
2) มีภาระงานและหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน (งานมีคุณภาพ) ซึ่งคุณภาพของงานรับรองโดยอาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษา
3) ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 15 สัปดาห์
4) มีค่าตอบแทนและสวัสดิการตามสมควร (หากไม่มีค่าตอบแทน ให้เป็นไปตามสถานภาพขององค์กรหรือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ความสมัครใจของนักศึกษา และอาจารย์ผู้ประสานงานสหกิจศึกษาให้การยอมรับ)