บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2537
 
เรื่อง พันธุ์แพะ

 

ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ
ผู้เขียน/ผู้ดำเนินรายการ
 

               ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า แพะทั้งหมดในโลกมีมากกว่า 74 พันธุ์ และมีลักษณะแตกต่างกันมากกว่า 300 ชนิด ซึ่งพันธุ์ต่าง ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนาในเขตร้อน (เช่น จีน อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ และในทวีปอัฟริกา) ส่วนในเขตอบอุ่น (เช่น ในทวีปอเม่ริกาเหนือ และยุโรปจะมีแพะอยู้เพียงไม่กี่พันธุ์ และส่วนใหญ่จะเป็นแพะที่เลี้ยงเพื่อการให้นมหรือให้ขนเป็นหลัก
 
               การจัดหมวดหมู่ของพันธุ์แพะนั้นอาจจะทำหด้หลายวิธี เช่น จัดตามถิ่นกำเนิด ผลผลิตหลัก (เนื้อ นม และขน) น้ำหนักเมื่อโตเต็มวัย ความสูงที่ห้วไหล่ ลักษณะและขนาดของใบหู เป็นต้น ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะแพะบางพันธุ์ที่เลี้ยงอยู่ในประเทศไทยเราเท่านั้น
 
               1. พันธุ์ซาเนน มีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นแพะพันธุ์นมที่มีขนาดใหญ่มีลักษณะเด่นน คือ สีขาว ลักษณะรูปร่าง ทรวดทรงและเต้านมตรงตามลักษณะของแพะพันธุ์นมที่ดี ให้ผลผลิตนมสูงกว่าแพะนมพันธุ์อื่น ๆ ในยุโรป เมื่อโตเต็มวัยจะมีความสูงที่หัวไหล่ประมาณ 75-90 ซม. เทศเมียและเพศผุ้มี่น้ำหนักประมาณ 65และ75 กก. ตามลำดัย ประเทศไทยได้นำแพะพันฦธุ์นั้เข้ามาเลี้ยง และผสมข้ามกับแพะพันธุ์พื้นเมืองของไทยเป็นเวลานานแล้ว ในสภาพการเลี้ยงดูและการจัดการที่ดะ แพะพันธุ์นี้จะให้นมได้มากถึง 3 กก./วัน หากอาหารและการจัดการไม่ดีพอ ปริมาณนมจะลดลงตามส่วนและมั้กจะมีปัญหาเรื่องการผสมติดยาก มีโรคและพยาธิรบกวนสูง 
 
               2. พันธุ์แองโกลนูเบียน เดิมแพะพันธุ์นี้เป็นแพะนมในกลุ่มนูเบียน ของประเทศอินเดียและทวีปอัฟริกา ซึ่งอยู่ในเขตร้อน ต่อมามีการนำแพะกลุ่มนูเบียนนี้เข้าไปผสมกับแพะกลุ่มบริทิชในประเทศอังกฤษซึ่งเป็นเขตอุ่น มีการคัดเลือกพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์เรื่อยมาจนได้แพะะนธุ์ใหม่ที่เรียกกันว่า "แองโกลนูเบียน" แพะพันธุ์นี้เป็นแพะที่มีลักษณะกึ่งเนื้อกึ่งนม ส่วนมใหญ่จะมีสีน้ำตาลแก่ประด้วยสีน้ำตาลอ่อน มีลักษณะสุงและเพรียวกว่าพันธุ์ซาเนน เมื่อโตเต็มวัยจะมีความสูงที่หัวไหล่ประมาณ 75-100 ซม. เพศเมียและเพศผู้มีน้ำหนักประมาณ 60 และ 70 กก. ตามลำดับ ประเทศไทยได้นำแพะพันธุ์นี้เข้ามาเลี้ยงและผสมข้ามกับแพะพันธุ์พื้นเมืองของไทยเป็นเวลานานแล้วเช่นเดียวกับพันธุ์ซาเนน ซึ่งในสภาพการเลี้ยงดูและการจัดการที่ดีแพะพันธุ์นั้จะให้นม 2-3 กก./วัน
 
               เป็นที่น่าสังเกตว่า แพะพันธุ์แองโกลนูเบียนนั้น แท้จริงแล้วเป็นแพะที่มีเชื้อสายมาจากเขตร้อน (แถบอินเดียและอัฟริกา) แล้วนำเข้าไปปรับปรุงพันธุ์ในยุโรป จึงมีความทนทานต่ออากาศร้อนได้ดีกว่าแพะยุโรพันธุ์อื่น ๆ และเนื่องจากแพะพันธุ์นี้จะมีรูปทรงเจ้าเนื้อกว่าแพะนมยุโรปพันธุ์อื่น ๆ บางแห่งจึงนิยมเลี้ยงเป็นแพะพันธุกึ่งเนื่อกึ่งนม คือ จะให้ผลผลิตเนื้อและนมค่อนข้างสูง หรืออีกนัยหนึ่งคือจะเลี้ยงเพื่อเอาเนื้อหรือนม อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ จึงพบว่าแพะพันธุ์นี้จะถูกนำเข้ามาผสมกับแพะพันธุ์พื้นเมืองในแถบเอเซียและประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลายมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้แพะลูกผสมที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและให้นมมากขึ้นกว่าแพะพันธุ์พื้นเมืองเดิม
 
               3.แพะพันธุ์พื้นเมืองของไทย เป็นแพะพันธุ์เนื้อที่มีขนาดเล็ก เช่นเดียวกับพันธุ์พื้นเมืองของมาเลเซีย แพะพันธุ์พื้นเมืองที่เลี้ยงกันทั่วไปในหมู่บ้าน เมื่อโตเต็มวันเพศผู้หนักประมาณ 22 กก. และเพศเมียหนักประมาณ 20 กก. มีความสูงที่หัวไหล่ประมาณ 55 ซม.ซึ่งขนาดของแพะพันธุ์นี้อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ หากดได้รับการเลี้ยงดูและอาหารที่ดี แพะพันธุเมืองของเราอาจจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก เช่น ที่ฟาร์มแพะของศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก คณะทรัพยากรธรรมชาติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แพะพื้นเมืองเพศผู้โตเต็มวัยจะหนักประมาณ 40 กก.ส่วนเพศเมียจะหนักประมาณ 35 กก. เป็นต้น และหากมีการคัดเลือกเพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้ดีแพะพันธุ์พื้นเมืองาจะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่านี้ได้อีก
 

ตารางที่ 1 เปรียบเทียบสมรรถนะในการผลิต ระหว่างแพะพันธุ์พื้นเมืองไทย กับ แพะพันธุ์ลูกผสมแองโกลนูเบียน (50%) ในสภาพการเลี้ยงในชนบท และในฟาร์มที่มีการจัดการเลี้ยงดูอย่างดี
 

ลักษณะ พันธุ์พื้นเมือง ในชนบท   พันธุ์พื้นเมือง ในฟาร์ม  พันธุ์ลูกผสม  ในฟาร์ม
น้ำหนัก(กก.) เพศเมีย      
แรกเกิด  1.5  1.7  2.0
3 เดือน  6.8  9.2  11.2
6 เดือน  13.0  20.0  26.7
12 เดือน  13.0  20.0  26.7
18 เดือน  17.3  24.1  32.4
2 ปี  21.5  29.5  38.0
การสืบพันธุ์      
% การคลอดลูก  190  161  171
% การตายก่อนหย่านม  29  5  6
% การตายเมื่อโตเต็มวัย  7.2  4.7  1.7
ซากของเพศผู้      
% ซาก  45  46  45
% กล้ามเนื้อ  71  68  67 
% กระดูก  18 18   18
% ไขมัน  5.1  8.4  8.7
กล้ามเนื้อ : กระดูก  4.0  3.8  3.8
           ในอดีตนั้นมีการนำแพะพ่อ-แม่พันธุ์จากต่างประเทศ (โดยเฉพาะจากประเทศในเขตหนาว หรือเขตอบอุ่น เช่น จากยุโรป หรืออเมริกา) เข้ามาในประเทศไทย เพื่อวัตถุประสงค์หลัก 2 อย่าง คือ เพิ่ม ความสามารถในการให้ผลผลิต (เช่น การให้นม) และเพิ่มขนาดของแพะในบ้านเรา แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก เพราะขาดความต่อเนื่องของโครงการ (ส่วนมากเป็นโครงการระยะสั้น) ขากการถ่ายทอดเทคโนโลยี ควบคู่กันไปกละเกษตรกรขาดวัตถุปัจจัยในการลงทุนเลี้ยงให้ได้ผลตามที่คาดหวังไว้ ผลที่ได้ไม่คุ้มกับการลงทุน ในที่สุดก็เลิกเลี้ยงกันไป และพันธุกรรมของแพะพันธุ์ที่นำเข้ามานั้นก็กระจายสูญหายไป
 
           พันธุ์แพะจากต่างประเทศที่นิยมนำเข้ามาในประเทศไทย (หรือแม้แต่นำเข้าไปในประเทศอื่นที่กำลังพัฒนาทั้งหลาย) มีอยู่ 4 พันธุ์ด้วยกัน คือ แองโกลนูเบียน ซาแนน แอลไพน์ และทอกเกนเบอร์ก ทั้งหมดนี้เป็นแพะพันธุ์นม หรือกึ่งเนื่อกึ่งนม ถึงแม้ว่าสถิติการให้นมของแพะพันธุ์เหล่านี้ในต่างประเทศจะสูง แต่เมื่อเรานำเข้ามาเลี้ยงในบ้านเรา อ้ตราการาให้นม อัตราการสืบพันธุ์ และความสามารถในการให้ผลผลิตอื่น ๆ จะเปลี่ยนไป ขึ้นอยู่กับอาหารความสามารถในการจัดการ และการลงทุนลงแรงของเกษตรผู้เลี้ยงเป็นสำคัญ
 
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14 แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุ ม.อ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999