บทความวิทยุรายการสาระน่ารู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2538
 
เรื่อง เลี้ยงตะพาบน้ำ (พันธุ์ไต้หวัน) แบบง่ายตามสไตล์ของ ขาว เพ็งประพัฒน์
 

ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6 
คณะทรัพยากรธรรมชาติ ผู้เขียน/ผู้ดำเนินรายการ
 

ตะพาบน้ำเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำรูปร่างลักษณะคล้ายกับเต่า ไม่เหมือนกันตรงที่ผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศนิยมรับประทานตะพาบน้ำมากกว่าเท่านั้น
 
ตะพาบน้ำเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ตามยาก กล่าวคือมันสามารถอาศัยอยู่ได้เกือบทุกสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะตะพาบน้ำพันธุ์ไทยสามารถมีอายุนานเป็นสิบ ๆ ปี บางตัวน้ำหนักมากเกือบ 100 กิโลกรัมก็มี ถึงแม้ว่าบางแหล่งอาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัด และน้ำที่เลี้ยงค่อนข้างสกปรก ก็สามารถดำรงชีพอยู่ได้ ส่วนตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวันที่คนไทยซื้อพันธุ์เข้ามาทดลองเลี้ยงภายในประเทศ มาเกือบ 20 ปี แล้วก็มีความทนทานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตะพาบน้ำพันธุ์ไทยเลย สามารถนำมาเลี้ยงได้ทั้งในบ่อดินและบ่อปูนซีเมนต์ ตลอดจนสามารถทนต่อสภาพเน่าเสียภายในบ่อเลี้ยงได้ค่อนข้างดีด้วยแถมผลผลิตหรือลูกพันธุ์ที่ได้รับคุ้มค่าเหมือนกับเลี้ยง ไก่ไข่พันธุ์ดี ๆ นั่นเอง สามารถให้ไข่ได้เกือบตลอดทั้งปี ยกเว้นในช่วงฤดูหนาวอย่างเดียว
 
ทั้งตะพาบน้ำพันธุ์ไทยและพันธุ์ไต้หวันสถานการณ์ด้านการตลาดปัจจุบันนี้ดีมาก มีพวกพ่อค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามากว้านซื้อ ไม่ว่าจะเป็นลูกพันธุ์ พ่อแม่พันธุ์หรือตะพาบเนื้อต่างก็แย่งกันซื้อ โดยให้ราคาตัดหน้ากัน ทำให้ราคาตลาดรับซื้อตะพาบน้ำตอนนี้สูงลิ่ว เฉพาะลูกพันธุ์ไต้หวันตัวละประมาณ 40 บาทเศษ ส่วนตะพาบน้ำพันธุ์เนื้อนั้นก็กิโลกรัมละมีต่ำกว่า 300 บาท สำหรับพ่อแม่พันธุ์ไม่ต้องพูดถึงคู่ละเกือบ 1,000 บาท เลยทีเดียว
 
อย่างไรก็ตาม เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวัน เพราะว่าเป็นสายพันธุ์ที่ขยายพันธุ์ได้ง่าย และให้ผลผลิตหรือผลตอบแทนเร็วด้วย ซึ่งส่วนมากแล้วนิยมเลี้ยงกันในบ่อปูนซีเมนต์ ต่างให้เหตุผลกันว่าเลี้ยงง่ายและสะดวกในการดูแลรักษา ไม่ว่าเป็นการให้อาหารหรือการถ่ายเทน้ำ เป็นต้น แต่จะมีข้อเสีย คือ ต้องใช้เงินทุนในการสร้างบ่อค่อนข้างสูง ทำให้มีต้นทุนการผลิตมากขึ้น
 
คุณขาว เพ็งประพัฒน์ เป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่อยู่วงการสัตว์น้ำมานานมีอายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 1 แขวงทรายกองดิน เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ คุณขาวเคยยึดอาชีพเลี้ยงปลาดุกและเลี้ยงปลาเงินปลาทองมาเป็นเวลานานเกือบ 20 ปี โดยจะขุดบ่อดินเลี้ยงและเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมาเขาได้ซื้อลูกตะพาบน้ำพันธุ์ไต้หวันมาทดลองเลี้ยงในบ่อดิน ซึ่งเดิมเคยเป็นบ่อเลี้ยงปลาดุกเก่า ปรากฎว่ากรเลี้ยงตะพาบน้ำในลักษณะดังกล่าวค่อนข้างประสบความสำเร็จสูงทีเดียว สามารถให้ผลผลิตหรือไข่แต่ละปีรวมแล้วหลายพันฟอง ทำรายได้โดยการจำหน่ายลูกันธุ์มาตลอด
 
"ตอนนี้ผมก็ยังเลี้ยงปลาเงิน-ปลาทองอยู่เพาะขยายพันธุ์ส่งลูกไปขายในสวนจตุจักและบางครั้งมีออร์เดอร์จากต่างประเทศ ผมยังส่งไปขายเลย แต่ปลาดุกนั้นผมเลิกเลี้ยงไปนานเกือบ 10 ปีแล้ว เพราะว่ามันเป็นสัตว์ปากใหญ่กินอาหารมาก ได้กำไรน้อย บ่อปลาที่ร้างทิ้งไว้ผมมาดัดแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ จับตะพาบน้ำปล่อยทิ้งเอาไว้ โดยให้อาหารทุก ๆ วัน มันก็สามารถเจริญเติบโตและขึ้นมาให้ไข่เกือบทุกวัน ทำให้ผมมีรายได้ขึ้นอีก เพราะว่าเลี้ยงตะพาบน้ำในลักษณะแบบนี้ไม่ต้องใช้จ่ายเงินลงทุนมากก็สามารถเลี้ยงได้แล้ว เพียงแต่มีพันธุ์มีบ่อเลี้ยงและอาหารให้กิน มันก็อาศัยอยู่ได้สบาย การสูญเสียน้ำมีน้อยไม่ถึง 10% เท่านั้น"
 
"เริ่มแรกที่ผมคิดเลี้ยงตะพาบน้ำนี้ เพราะได้อ่านพบในหนังสือ เขาเขียนว่ามันเลี้ยงไม่ยากประกอบกับผมมีความรู้เรื่องสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลามาบ้างแล้ว ก็เลยทดลองเลี้ยงดู โดยไปขอซื้อพันธุ์ ที่บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มา 200 ตัว นำมาเลี้ยงในบ่อปุนซีเมนต์ก่อน 2-3 เดือน เพื่อนุบาลให้ลูกตะพาบน้ำแข็งแรง จากนั้นปล่อยรวมกันในบ่อดิน อายุประมาณ 1 ปี มันก็เริ่มให้ไข่ช่วงแรกผมเลี้ยงขายตะพาบน้ำเนื้อด้วย ต่อมาระยะหลังเมื่อเห็นว่าลูกพันธุ์ขายดีและให้ราคาสูงผมหันมาผลิตลูกอย่างเดียว อาชีพนี้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย ไม่ต้องไปพึ่งรายได้จากการขายปลาก็ได้" คุณขาวกล่าว
 
เลี้ยงบ่อดิน ระวังตะพาบน้ำหนี
ไม่ว่าจะเลี้ยงบ่อปูนซีเมนต์ หรือบ่อดินก็ดีหากไม่มีที่กั้นที่แข็งแรง ตะพาบน้ำจะใช้เล็บจิกหนีไปได้ ซึ่งคุณขาวก็เคยเจอกับปัญหานี้อยู่เรื่อย ๆ ต่อมาเขาทดลองใช้กระเบื้องวางซ้อน ๆ กันทั่วขอบบ่อ ให้มีความสูงเลยเหนือน้ำประมาณ 70-80 เซนติเมตร ก็สามารถแก้ปัญหาตะพาบน้ำหนีออกจากบ่อไปได้อย่างดี
 
นอกจากนี้ บ่อเลี้ยงตะพาบน้ำของเขาจะสร้างโรงวางไข่ไว้ด้วย บริเวณขอบบ่อใช้เนื้อที่ประมาณ 2-3 ตารางเมตร ออกแบบง่าย ๆ ลักษณะเหมือนกับศาลาวางไข่ทั่ว ๆ ไป แต่โรงวางไข่ของคุณขาวไม่ต้องลงทุนสูง เพียงนำเศษไม้มากั้นเป็นรูปสี่เหลี่ยม จากนั้นก็นำทรายหยาบ ๆ มาเทใสไว้สำหรับหลังคานั้น ก็ใช้สังกะสี 3-4 แผ่น กั้นกันแดด กันฝน นอกจากนี้แล้วบริเวณด้านยาวของบ่อส่วนหนึ่งคุณขาวนะใช้แผ่นไม้วางลงที่ขอบบ่อ โดยให้ด้านปลายทอดยาวลงในน้ำ ทั้งนี้เพื่อไว้เป็นที่วางอาหารนั่นเอง
 
"บ่อเลี้ยงตะพาบน้ำของผมนี้แต่ละบ่อจะมีขนาดไม่เท่ากัน โดยคุณขาวได้กำหนดว่า บ่อมีขนาดความกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร ผมจะปล่อยพ่อแม่พันธุ์ลงไปประมาณ 200 ตัว ส่วนความลึกของบ่อนั้น ไม่ต้องลึกมากประมาณ 1.50 เมตรก็พอ เพราะว่าตะพาบน้ำนี้ชอบอยู่น้ำตื้น และสภาพพื้นเป็นดินเหลวด้วย นอกจากนี้ภายในบ่อเลี้ยงต้องใช้ผักตบชวาเล็กน้อย เพื่อไว้เป็นร่มเงาและยังสามาระช่วยดูดซับเอาของเสียในน้ำไว้ด้วย ดังนั้นน้ำในบ่อไม่ค่อยจะเสียได้ง่าย นาน ๆ ผมถึงจะดูดน้ำทิ้งสักครั้ง ส่วนใหญ่หากน้ำในบ่อแห้งผมจะดูดน้ำเข้ามาเติมเสียมากกว่า "
 
"ภายในบ่อนอกจากมีตะพาบน้ำอยู่แล้ว ผมยังนำพ่อแม่พันธุ์ปลาแรด ปลากราย ปลาเทพา เป็นต้น จำนวนหนึ่งมาปล่อยเลี้ยงรวมกับตะพาบน้ำอีกด้วย เท่าที่ผมสังเกตดูก็ไม่เป็นศัตรูกัน และไม่มีผลกระทบมากนัก
 
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14 แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุ ม.อ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999