บทความวิทยุรายการสาระรู้ทางการเกษตร
ประวันจันทร์ที่ 3 เมษายน 2538
 
เรื่อง นกกระจอกเทศ
 

ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6
คณะทรัพยากรธรรมชาติ ผู้เขียน/อ่านบทความ
 

          คุณผู้ฟังที่รักทุกท่านคงจะได้ทราบข่าวการสัมมนาข่าวหนึ่ง นั่นก็คือ ข่าวเรื่องการจัดสัมมนานกกระจอกเทศ สัตว์เศรษฐกิจยุคโลกาภิวัฒน์ ซึ่งจัดโดยสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยร่วมกับสถาบันวิจัยสุวรรณวาาจกกสิกินฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการดำเนินการดังกล่าวได้มีเอกสารประกอบการสัมมนาที่น่าสนใจของ นายไพบูลย์ ในเด็ด ภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกะบัง ซึ่งได้ให้ทำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการสืบพันธุ์และขยายพันธุ์ นกกระจอกเทศ ไว้ดังนี้
 
          ชีวิตรักของนกกระจอกเทศค่อนข้างโรแมนติกกว่านกกระจอกไทย ซึ่งนกกระจอกเทศตัวผู้นั้นจะโตกว่าตัวเมีย ทำให้นกกระจอกตัวผู้มีอิทธิพลเหนือนกกระจอกตัวเมีย หรือที่เรียกว่าเป็นพวกสามีอธิปไตย คือพวกไม่กลัวเมีย แต่จะให้ความเป็นธรรมแก่ตัวเมีย คอยช่วยเหลือในสิ่งต่าง ๆ ปกป้องคุ้มครองดูแลอย่างเสมอภาค มีชีวิตแบบ Polygamous คือ มีชีวิตปฏิบัติแบบคนไทยสมัยคุณปู่คุณตา นั่นคือตัวผู้ชอบเที่ยวและสามารถมีเมียได้หลาย ๆ ตัว แต่วัฒนธรรมภายในครัวเรือนของนกกระจอกเทศนี้ ตัวเมียจะไม่หึงหวงตบตีกันเพื่อแย่งกันเป็นเอก พอถึงคราววางไข่ จะช่วยกันทำรีบขุดคุ้ยพื้นดินให้พอเป็นแอ่งหรือเป็นหลุม แล้วจึงวางไข่รวมกันในรังเดียว ดังนั้นรังของนกกระจอกเทศบางรังจึงมีไข่ตั้ง 30-40 ฟอง หรืออาจจะมากกว่านั้น โดยมากรักจะมีเพียง 15-20ฟอง เมื่อวางไข่แล้วกระจอกเทศตัวเมียก็จะผลัดกันกกไข่
 
         ตัวผู้จะช่วยแบ่งเบาตัวเมียโดยช่วยกกไข่บ้างเป็นครั้งคราวในเวลากลางคืน เพื่อป้องกันไม่ให้หมาป่ามาขโมยไข่ในตอนกลางคืน นำกระจอกตัวเมียจะฟักไข่อยู่ ประมาณ 6 สัปดาห์ หรือ 42 วัน จึงฟักออกเป็นตัว
 
          แต่ถ้าเป็นฤดูร้อนนกกระจอกเทศมักกลบไข่ด้วยทราย เพื่อใช้ความร้อนของทรายฟักไข่เมื่อลูกนกกระจอกเทศออกจากไข่ใหม่ ๆ จะมีขนอ่อนเป็นลายริ้ว ๆ ทำนองเดียวกันกับลูกหมาป่า ลูกนำกระจอกเทศที่เกิดใหม่ ๆ จะวิ่งได้เร็วเหมือนกัน เรียกว่าเป็นตระกูลนักวิ่งตั้งแต่กำเนิดเลยทีเดียว
 
          ในกรณีที่เลี้ยงนกกระจอกเทศแบบฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพื่อเอาผลผลิตนั้น สามารถเลี้ยงพ่อนกกระจอกเทศ 1 ตัว ให้คุมตัวเมียได้ 2-3 ตัว แม่นสาวที่ไข่ครั้งแรกสามารถให้ไข่ได้ในปีแรกประมาณ 100 ฟอง
 
          สำหรับในประเทศไทยมีผู้เลี้ยงนกกระจอกเทศบอกไว้ว่า แม่นกให้ไข่ในปีแรกประมาณ 84 ฟอง และปีต่อ ๆ ไปสามารถให้ไข่เฉลี่ย 120 ฟองต่อปี ในการจัดการด้านการผสมพันธุ์ควรเลี้ยงพ่อนกให้โตเต็มที่ เมื่อพ่อนกมีอายุประมาณ 3-4 ปีจะมีน้ำเชื้อที่แข็งแรงเป็นหนุ่มแน่นมีความสามารถในการผสมพันธุ์และสามารถใช้ผสมพันธุ์ได้เป็นอย่างดี
 
          ส่วนแม่นกเมื่ออายุประมาณ 2.5-3 ปี ก็จะเป็นนกสาว พร้อมผสมพันธุ์และวางไข่ได้ในปีแรกจะให้ไข่น้อยฟองและมีขนาดเล็ก ซึ่งในปีต่อ ๆ ไปจะให้ไข่ที่มีขนนาดใหญ่พร้อมมีจำนวนเพิ่มขึ้นไข่นกกระจอกเทศมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาไข่นกทั้งหลายในโลก คือ ไข่นกกระจอกเทศ 1 ฟองหนักประมาร 1,200-1,300 กรัม หรือ 1.2-1.3 กิโลกรัม
 
          ถ้าจะเปรียบเทียบไข่นกกระจอกเทศกับไข่ไก่ขนาดธรรมดาแล้ว ไข่นกกระจอกเทศ 1 ฟองจะเท่ากับไข่ไก่ประมาณ 22-24 ฟอง เนื่องจากไข่นกกระจอกเทศจะมีเปลือกไข่หนามากและไม่มีความสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ดังนั้นตู้ฟักไข่นกกระจอกเทศจึงต้องออกแบบพิเศษไม่เหมือนกับตู้ฟักไข่ไก่ หรือไข่เป็นราคาตู้ฟักในต่างประเทศ ที่ใช้ฟักไข่นกกระจอกเทศได้นั้น จะมีราคาแพง คือไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อตู้ 
 
         สำหรับเทคนิคการผักไข่นกกระจอกเทศในประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาและดัดแปลงสร้างตู้ฟักที่เหมาะสม ปกติแล้วการฟักไข่สัตว์ปีกทั่วไปเวลาฟักต้องใช้ด้านป้านของไข่ตั้งขึ้นบน แต่นักวิชาการบางท่านแนะนำว่าไข่นกกระจอกเทศควรวางนอนขาวางเชื้อเจริญได้เร็ว ถ้าตั้งไข่ในตู้ฟักแบบไข่ไก่เชื้อจะเจริญได้ช้ามาก เนื่องจากไข่นกกระจอกเทศมีความสูงนั่นเอง
 
         นอกจากนี้ การฟักไข่ในนกชนอดนี้ต้องควบคุมความชื้นให้ต่ำมาก ๆ ต่างไปจากการฟักไข่ไก่หรือไข่เป็ด สาเหตุที่ต้องใช้ความชื้นต่ำอาจเป็นเพราะนกกระจอกเทศเป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดแถบทะเลทรายแอฟริกา ที่มีความชื้นต่ำตามธรรมชาติ
 
          ดังนั้นการฟักไข่ในตู้ฟักจึงต้องปรับความชื้นให้ต่ำเหลือความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 20-25 เปอร์เซ็นต์ อุณหภูมิภายในตู้ฟักประมาร 97 องศาฟาเรนไฮต์ โดยใช้ระยะเวลาในการฟักในตู้ประมาณ 38 วัน ซึ่งต้องกลับไข่ทุก ๆ ชั่วโมง และย้ายตู้เกิดที่ปรับอุณหภูมิไว้ที่ 95 องศาฟาเรนไฮต์ 
 
          ในตู้เกิดนี้ต้องเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 70-75 เปอร์เซ็นต์ ไข่อยู่ในตู้เกิดประมาณ 4 วัน ก็จออกเป็นตัว ลูกนกจะเจาะเปลือกไข่ออกมา รวมระยะเวลาการฟักไข่ทั้งสิ้น 42 วัน
 
          ต่างประเทศสามารถฟักไข่นกกระจอกเทศได้ดีมาก มีเปอร็เซ็นต์การฟักออกเป็นตัวสูงประมาร 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับว่าเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมมาก ในประเทศไทยถ้านักวิชาการได้มีการศึกษาทดลองพร้อมทั้งดัดแปลงตู้ฟักที่ผลิตภายในประเทศก็คงจะใช้เวลาไม่นานนักคง ประสบความสำเร็จไม่แพ้ต่างประเทศอย่างแน่นอน
 
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14 แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุ ม.อ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999