บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม 2538
 
เรื่อง ปัญหาสุกร ที่รอรัฐแก้ไข
 

ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6
คณะทรัพยากรธรรมชาติ ผู้เขียน/ดำเนินรายการ
 

          การเลี้ยงสัตว์จัดเป็รนอาชีพที่ควบคู่มากับคนไทยที่ประกอบอาชีพหลักทางการเกษตรมา ช้านานนับตั้งแต่การเลี้ยงเพื่อยังชีพ การเลี้ยงเพื่อการค้าทั้งระดับเกษตรกรรายย่อย ระดับฟาร์มและระดับบริษัท แต่ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงสัตว์ระดับใดก็แล้วแต่ จะเห็นได้ว่า เกษตรกรต่างก็ต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยตนเองตลอดมา ซึ่งรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยก็ได้ให้ความช่วยเหลือผู้เลี้ยงสัตว์น้อยมาก โดยเฉพาะผู้เลี้ยงสากร ผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ผู้เลี้ยงไก่ไข่ เป็นต้น ทั้ง ๆ ที่รายได้จากการผลิตสัตว์เป็นรายได้ที่นำเข้าประเทศกว่า 10,000 .- ล้านบาท ต่อปี และจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้นทุกปีทั้งนี้เพราะประเทศไทยเรามีศักยภาพสูงในหลาย ๆด้านที่เอื้ออำนวยในการเลี้ยงสัตว์ เช่น แรงงาน ที่ดิน เทคโนโลยีอาหารสัตว์ และตัวเกษตรกรเองก็มีความสามารถสูง หากรัฐให้การสนับสนุน
ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อย่างจริงในและจริงจัง ก็แน่ใจได้ว่า ธุรกิจการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงสุกร จะสามารถเป็นสินค้าส่งออกได้อีกมากมายจะทำให้ผู้เลี้ยงสุกรผลิตสุกรออกมาอย่างสม่ำเสมอ สอดคล้องกับความต้องการบริโภคทั้งตลาดภายในและภายนอกประเทศได้
 
          ในช่วงระยะ 2-3 ปี ที่ผ่านมานี้ ธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ต้องเผชิญกับปัญหานานัปการทั้งทางด้านการผลิต การตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาวัฎจักรสุกรซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดจากการที่เกษตรกรไม่สามารถรวมตัวกันได้อย่างจริงจัง ส่งผลให้ไม่สามารถวางแผนการผลิตสุกรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้ จึงทำให้ปริมาณสุกรที่ออกสู่ตลาดไม่สม่ำเสมอ และมีผลให้ราคาสุกรผันแปรตลอดเวลา ขาดเสถียรภาพ ซึ่งทำให้ผู้เลี้ยงสุกรและผู้บริโภคตลอดจนประชาชนได้รับความเดือดร้อน องค์การของรัฐบาลได้พยายามเข้ามาแก้ไขปัญหาการค้าสุกรเป็นเวลาช้านานแล้ว โดยออกพระราชบัญญัติและกฎระเบียบต่าง ๆ เช่น พ.ร.บ. ปี 2502 ซึ่งกำหนดให้โรงฆ่าสัตว์เป็นของรัฐแต่เพียงผู้เดียว พ .ร .บ. ควบคุมราคาสุกร มติของครม. เกี่ยวกับการห้ามค้าสุกรชำแหละข้ามเขต การโอนอำนาจการออกอาชญาบัตรให้กับกลุ่มสหกรณ์ การควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกร การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอาชญาบัตรอัตราสูง ฯลฯ เป็นต้น เมื่อพิจารณาถึงหลักเกณฑ์และวิธีการในการแก้ไขปัญหาของรัฐแล้ว จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหาที่เน้นไปที่ปลายเหตุ คือเน้นหนักไปในด้านการกำหนดเงื่อนไขที่เป็นการควบคุม ซึ่งทำให้การแก้ไขหรือการพัฒนาการค้าหรือการเลี้ยงสุกรไม่เป็นไปโดยเสรีและมีการปรับตัว ตามธรรมเนียม ตามภาวะตลาดเหมือนธุรกิจอื่น ๆ โดยทั่วไป ทำให้เกษตรกรผู้ลงทุนเกิดความไม่มั่นในอยู่ตลอดเวลาในการประกอบอาชีพ การเลี้ยงสุกร ผลจากการวางมาตรการต่าง ๆ ของรัฐ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรได้ตรงกับต้นเหตุและเห็นชัดเจนเป็นรูปธรรม เช่น การลักลอบฆ่าสุกรเถื่อน การควบคุมโรคระบาด การรักษาเสถียรภาพของราคาสุกรภายในประเทศ การทำให้ประชาชนได้บริโภคเนื้อสุกรจากโรงฆ่าสุกรที่ถูกสุขลักษณะ ตลอดจนการถพัฒนาการเลี้ยงสุกรให้สามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้เหมือนกัน กับธุรกิจการเลี้ยงไก่ ซึ่งปัจจุบันสามารถนำเงินตราเข้าประเทศนับเป็นพัน ๆ ล่านบาท จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาแก้ไข ณ จุดนี้เอง ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคขัดขวางในทางปฏิบัติให้มีประสิทธิภารพตลอดจนมีมาตรการในการที่เพิ่ม ประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงาน และจูงใจให้ผู้เลี้ยงสุกรสามารถพัฒนาไปสู่ระบบเกษตรอุตสาหกรรมที่ทันสมัยได้
 
          สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาธุรกิจการเลี้ยงสุกรนั้น มีแนวคิดดังต่อไปนี้
 
1.มีตลาดประมูล การมีตลาดประมูลก็เพื่อลดขั้นตอนของพ่อค้าคนกลาง ทำให้พ่อค้าคนกลางไม่สามารถกดราคาสุกรได้
 
2. มีโรงฆ่าสุกรที่ทันสมัย เมื่อมีตลาดประมูลแล้วก็จำเป็นต้องมีโรงฆ่าที่ทันสมัย ซึ่งจะสามารถทำการฆ่าสุกรได้อย่างถูกหลักและถูกสุขลักษณะ
 
3. เปลี่ยนแปลงระบบการจำหน่ายสุกร เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์การมีโรงฆ่าที่ทันสมัย เช่น เปลี่ยนแปลงระบบจำหน่ายไปเป็นการจำหน่ายชิ้นส่วนแช่แข็ง ซึ่งง่ายต่อการควบคุมโรคและมีโอกาสที่จะจำหน่ายโดยส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้
 
4. มาตรการในการส่งออก จะต้องคำนึงถึง 2 ประเด็น คือ 
ประเด็นแรก เพื่อการนำเงินตราเข้าประเทศ
ประเด็นที่สอง เพื่อรักษาเสถียรภาพ ทั้งปริมาณ และราคาสุกรภายในประเทศเป็นหลัก
 
คุณผู้ฟังที่รัก ปัญหาสุกรที่รอรัฐแก้ไข ยังไม่ตบแต่เวลาสำหรับรายการฯหมดลงอีกแล้วในคราวต่อไปเราจะได้นำตัวอย่าง การแก้ไขปัญหาสุกรที่ประเทศไต้หวันมาคุยเพื่อเป็นแนวคิดให้รัฐ รับทราบและพิจารณาต่อไป
 
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14 แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุ ม.อ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999