บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายา 2542
 
เรื่อง การดูแลต้นไม้ในช่วงฝนตกหนักน้ำท่วม ตอนที่ 2
 

นางดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6
คณะทรัพยากรธรรมชาติ ผู้เขียน/ ผู้ดำเนินรายการ
 

เริ่มรายการ เพลงบรรเลง (เปิดเพลงดอกไม้ให้คุณ เริ่มจากไตเติ้ลจนถึงขอมอบดอกไม้ในสวน..จานนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีค่ะคุณผู้ฟังที่รักทุกท่าน พบกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรจากคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ กันอีกครั้งนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ ขอเสนอเรื่องการดูแลต้นไม้ในช่วงฝนตกหนักน้ำท่วมตอนที่ 2 ค่ะ
 
  ต้นไม้ที่น้ำท่วม มักจะแสดงอาการดังต่อไปนี้
- ระบบรากขาดออกซิเจน ที่ใช้ในการสร้างพลังงานเพื่อดูดน้ำและแร่ธาตุต่าง ๆ ขึ้นไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของลำต้น เนื่องจากน้ำจะแทรกซึมเข้าไปตามช่องว่างของอากาศที่มีอยู่ในดิน
- อาการใบเหลือง จะไม่เด่นชัดในวันแรกๆ แต่จะพบชัดเจนมากขึ้นในวันต่อๆ มา และมักจะพบอาการดังกล่าวเกิดขึ้นที่ใบมีอายุมากกว่าหรือใบที่อยู่ทางส่วนโคนของกิ่ง ในแต่ละกิ่งย่อย และเหลืองเข้มมากขึ้นส่วนอาการซีดเหลืองนั้นมักจะพบในกรณีที่ต้นไม้ถูกน้ำท่วมขังต่อเนื่อง และนอกจากนี้ยังพบอาการใบลู่หรือห้อยลงอีกด้วย
- อาการทิ้งใบ ดอก และผล ระบบรากต้นไม้ที่ถูกน้ำท่วมขังจะก่อให้เกิดสภาวะเครียดขี้น ซึ่งความเครียดนี้จะส่งผลให้ต้นไม้มีการกระตุ้นให้มีการสร้างฮอร์โมนเอทธิลีนในปริมาณที่สูงกว่าปกติมาก ทำให้ต้นไม้ทิ้งดอกและผลก่อน โดยจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบะรุนแรงจะเกือบหมดต้น ส่วนการทิ้งใบนั้นมักจะพบในส่วนใบที่มีอายุมากกว่าใบที่อ่อนกว่า ซึ่งสังเกตได้จากใบที่อยู่ทางส่วนล่างของกิ่งกระจายไปทุกบริเวณของต้น แต่ไม้ผลบางชนิดอาจจะไม่แสดงอาการทิ้งใบแต่จะยืนต้นตายทั้งที่มีใบเต็มตันก็ได้ เช่น มะม่วงเป็นต้น
- การสร้างรูเปิด ในกรณีที่ถูกน้ำที่ท่วมต้นไม้จะสร้างรูเปิดขึ้น ซึ่งมักจะสร้างอยู่ตรงกลางส่วนของลำต้นบริเวณเหนือผิวน้ำที่ท่วมขังเพียงเล็กน้อย เพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงราก ถ้าต้นไม้มีการสร้างรูเปิดมากเท่าไรก็ยิ่งจะทำให้ต้นไม้มีโอกาสรอดมากเท่านั้น
วิธีการป้องกันน้ำท่วม-แนวทางแก้ไขหากเกิดน้ำท่วม และข้อควรปฏิบัติหลังน้ำลด มีดังต่อไปนี้
 
  การป้องกันน้ำท่วมสวนผลไม้
ควรเสริมคันดินรอบนอกให้แข็งแรง
เก็บเกี่ยวต้นไม้อย่าให้มีผลอยู่ติดกับต้น
ตัดแต่งกิ่งให้เหลือใบน้อยลง
ให้ปุ๋ยทางใบที่มีโพแทสเซียมสูง ประมาณ 1-2 ครั้ง
 
  แนวทางแก้ไขหากเกิดน้ำท่วม
อย่าเหยียบย่ำพื้นดินในบริเวณผลไม้เด็ดขาด
ทำให้เกิดสภาพน้ำมีการเคลื่อนไหว
เสริมคันดินและสูบน้ำออก
ใช้กังหันตีน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับต้นไม้
 
  ข้อควรปฏิบัติหลังน้ำลด
เมื่อระดับน้ำลดแล้ว แต่ดินยังเปียกหรือหมาด ห้ามเดินย่ำผิวดินโดยเด็ดขาด เนื่องจากดินรอบระบบรากยังอิ่มตัวด้วยน้ำ ควรปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน ให้หน้าดินแห้งเสียก่อน
ดินเริ่มหมาดให้ใช้ปุ๋ยทางใบที่มี NPK ในอัตรา 1:1:1 ผสมกับน้ำตาลทราย 1% ฉีดพ่นให้กับต้นไม้ 2-3 ครั้ง ห่างกัน 3 วัน /ครั้ง เพื่อฟื้นคืนสภาพต้นโดยเร็วและเริ่มสร้างระบบรากที่ต้นไม้อย่างรวดเร็ว
เรื่องราวของการดูแลต้นไม้ในช่วงฝนตกหนักน้ำท่วมขัง ที่ทางรายการสาระความรู้ทางการเกษตรนำเสนอให้คุณผู้ฟังและท่านเกษตรกรที่รักทุกท่านได้ทราบ ก็คงจะพอเป็นแนวคิดในการวางแผนเพื่อหาวิธีการในการป้องกันและดูแลรักษาต้นไม้ในสวนของท่าน ให้สามารถยืนต้นและให้ผลผลิตต่อไปได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้เกษตรกรชาวใต้สู้ต่อไปค่ะ
 
  คุณผู้ฟังที่รักค่ะ หากคุณผู้ฟังต้องการรายนะเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชมอย่างไรนะคะก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ค่ะที่คณะทรัพยากรธรรมชาติ หมาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โทร.(074)-211030-49 ต่อ 2370 หรือที่สถานีวิทยุมอ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โทร.(074)-211030-49 ต่อ 2999 ในวันและเวลาราชการค่ะ
 
  สำหรับวันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรได้หมดลงอีกแล้วละคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการสาระความรู้ทางการเกษตรได้ ณ สถานีวิทยุมอ. FM 88 MHz ทุกวันจันทร์เวลาประมาณสิบห้านาฬิกาสี่สิบห้านาที่ สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ
 
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14   แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999