บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม 2543
 
เรื่อง มะเม่า น้ำผลไม้สมุนไพร
 

นางดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร
คณะทรัพยากรธรรมชาติ ผู้เขียน/ผู้ดำเนินรายการ
 

เริ่มรายการ  เพลงบรรเลง (เปิดเพลงดอกไม้ให้คุณ เริ่มจากไตเติ้ลจนถึงขอมอบดอกไม้ในสวน.จากนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีค่ะคุณผู้ฟังที่รักทุกท่านค่ะ พบกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตร จากคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ กันอีกครั้งนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ ขอเสนอเรื่อง มะเม่า น้ำผลไม้สมุนไพร ค่ะ
 
  มะเม่า เป็นไม้ผลชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบมากในป่าโปร่งจัดเป็นไม้ผลขนาดกลาง ลักษณะของผลมะเม่า จะออกผลเป็นพวงเหมือนพริกไทยอ่อน เมื่อผลยังอ่อนอยู่จะมีสีเขียว และเมื่อผลสุกก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดงถึงม่วง ฤดูกาลที่ออกผลได้ดีคือ ช่วงต้นเดือนกันยายน ถึงปลายเดือนตุลาคมค่ะ
 
  มะเม่ามีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นที่พบแตกต่างกันออกไปนะคะ เช่น เม่า, หมากเม่า หรือมะเม่าสุกมีความเหมาะสมในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้หลากหลายชนิดนะคะ ได้แก่ น้ำผลไม้พร้อมดื่ม น้ำผลไม้เข้มข้น แยมและไวน์แดง โดยเฉพาะไวน์แดงที่ได้จากผลมะเม่านั้นจะมีรสชาติที่ดีเยี่ยม คือจะมีน้ำไวน์สีแดงสดใส และมีรสชาติดี นอกจากนั้นยังสามารถนำมาพัฒนาในเชิงเศรษฐกิจได้อีกด้วยค่ะ
 
  ทางโครงการส่วนพระองค์ได้มอบหมายให้ กองวิทยาศาสตร์ ชีวภาพ กรมวิทยาศาสตร์บริการ วิเคราะห์ถึงคุณค่าทางโภชนาการของผลมะเม่าสุก พบว่า ในผลมะเม่าสุกมีสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์หลายชนิดด้วยกัน เช่น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม เหล็ก วิตามันบี 1,บี 2 และวิตามินอี และที่สำคัญมีกรดอะมิโนมากถึง 18 ชนิดนะคะ สำหรับสรรพคุณทางสมุนไพรนั้น พบวาผลมะเม่าสุกสามารถนำมารับประทานเป็นยาอายุวัฒนะ เป็นยาระบาย และช่วยบำรุงสายตาได้ดีอีกด้วย ค่ะ
 
  จังหวัดกาญจนบุรีมีต้น "มะเม่า" เกิดขึ้นในป่าเป็นจำนวนมาก เดิมมีชาวบ้านไม่ได้ให้ความสนใจแถมยังทำลายทิ้งเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่หลังจากที่มีข่าวออกมาวา "มะเม่า" มีสรรพคุณทางสมุนไพรและมีคุณค่าทางอาหารมากมาย จึงได้เริ่มกันมาสนใจและเข้าป่าเพื่อเก็บผลมะเม่าออกมากขายเพื่อสร้างรายได้กันมากขึ้น โดยขายผลมะเม่าประมาณกิโลกรัมละ 10-12 บาท
 
  โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นโครงการที่มีการสอนแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรโดยวิธีการต่างๆ ให้แก่เกษตรกร นายพิภพ เอื้อวานิช ประธานกลุ่มเกษตรที่สูง อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี (45/1 หมู่ 2 ต.หนองลู อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี) เป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่ได้เข้ารับการฝึกอบรมและได้ทดลองนำผลมะเม่ามาแปรรูปเป็น "น้ำผลไม้สกัดสมุนไพร" โดยใช้วิธีการหมักน้ำตาลผลปรากฏว่าได้น้ำมะเม่าที่มีสีแดงเข้ม รสชาติเปรี้ยวอมหวานมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ค่ะ
 
  สำหรับสูตรหรือขั้นตอนการทำน้ำมะเม่าสกัดสมุนไพรเพื่อบำรุงสุขภาพ นำผลมะเม่าสุกมาหมักกับน้ำตาลทรายโดยไม่ต้องผสมน้ำ แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ จากนั้นจึงนำมากรองเอากากออกให้เหลือแต่น้ำ ก็จะได้นำผลไม่สกัดสมุนไพรพร้อมดื่มได้ทันที หรือจะนำมาผสมกับน้ำแข็งแล้วค่อยดื่ม จะยิ่งทำให้ชื่นใจ มากยิ่งขึ้นค่ะ
 
  ต่อมาทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ให้ความสนใจส่งเสริมให้เกษตรกรทำการแปรรูปน้ำผลไม้ต่างๆ ในรูปไวน์หรือเป็นน้ำผลไม้พร้อมดื่ม เพราะคุณสมบัติพิเศษสำหรับการแปรรูปโดยวิธีนี้คือ สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานเป็นปี โดยที่ไม่ต้องแช่เย็นและหากเปิดรับประทานไม่หมดตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิปกติก็ยังไม่เสีย รสชาติและกลิ่นก็ยังคงเดิม ซึ่งต่างจากเครื่องดื่มประเภทไวน์ทั่วไป เพราะหากเปิดขวดแล้วดื่มไม่หมดตั้งทิ้งไว้นานเข้ารสชาติและกลิ่นจะเสียไป ค่ะ
 
  ดังนั้นการแปรรูปผลมะเม่า เป็นน้ำผลไม้สกัดสมุนไพร จึงถือว่าเป็นวิธีการแปรรูปที่ง่ายที่สุด แถมยังสร้างรายได้ให้อย่างคุ้มค่า จากกรณีดังกล่าวคุณพิภพได้กำหนดราคาขายน้ำผลไม้มะเม่าสกัดสมุนไพรขนาด 300 ซีซี ในราคาขวดละ 60 บาท และขนาด 700 ซีซี ราคาขวดละ 120 บาท ผลปรากฏว่าทำออกมาเท่าก็ไม่พอขาย ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อไปดื่มบอกว่า ติดใจในรสชาติและคุณสมบัติของมะเม่าที่ช่วยบำรุงร่างกาย นอกจากนั้นคนที่ต้องการลดน้ำหนักก็นิยมดื่มเพราะว่ามีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือด และเป็นเหมือนยาระบายอ่อนๆ ทำให้ท้องไม่ผูกและช่วยลดนำหนักได้ดีมาก ค่ะ
 
  ถึงแม้ว่าการนำมะเม่ามาแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้อย่างมากมายก็ตาม แต่ก็มีข้อเสียคือทำรายได้อยู่ได้เพียงแค่ช่วงที่มีผลมะเม่าเท่านั้น เมื่อผลมะเม่าหมดลงหรือหมดช่วงฤดูกาลก็ไม่มีผลมะเม่าออกมาให้ทำกันอีกจนกว่าจะถึงปีหน้าหรือฤดูกาลถัดไป ค่ะ
 
  ดังนั้นคุณพิภพจึงมีโครงการที่จะทดลองนำ "มะเกี๋ยง" หรือลูกหว้า มาทำเป็นน้ำผลไม้หมักต่อจาก มะเม่า เพราะว่า มะเกี๋ยงเป็นผลไม้ที่มีกลิ่นหอมมีรสชาติที่ดี และจะออกผลผลิตในช่วงสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงที่มะเม่า หมดลงพอดี ค่ะ นี่นับว่าเป็นความคิดที่ดีของคุณพิภพนะคะ รู้จักนำผลไม้ที่มีในฤดูกาลมาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ ถ้าทำได้เช่นนั้นก็จะมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี จากรายได้เสริมก็กลายเป็นรายได้หลักไปโดยปริยาย ค่ะ
 
  คุณผู้ฟังที่รักคะเหตุที่ดิฉันนำเสนอเรื่องราวของมะเม่าน้ำผลไม้สกัดสมุนไพร เป็นเพราะดิฉันเสียดายโอกาสของคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรชาวภาคใต้ที่น่าจะมีรายได้จากน้ำผลไม้และไวน์จากผลไม้อีกหลายชนิดที่มีอยู่ในภาคใต้ เช่น มะมุด ลูกหว้า ฯลฯ ต่างๆ ซึ่งสามารถจะทำรายได้ให้แก่เกษตรได้ไม่น้อยเลยทีเดียวละค่ะ
 
  คุณผู้ฟังที่รักค่ะ หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ หรือมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการนะคะ ขอเชิญติดต่อเข้ามากได้ค่ะ ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์นะคะ ทางจดหมายจ่าหน้าซองถึงดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทรศัพท์กรุณติดต่อมาที่หมายเลขโทรศัพท์ (074)-211030-49 ต่อ 2370 ต่อ 14 หรือ (074) 212849 ต่อ 2370 ต่อ 14 ในวันและเวลาราชการค่ะ
 
  วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการสาระความรู้ทางการเกษตรได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุมอ. เอฟเอ็ม แปดสิบแปดเม็กกะเฮิร์กซ์ ทุกวันจันทร์เวลาประมาณ สิบห้านาฬิกาสี่สิบห้านาที สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ
 
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14 แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999