บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2543
 
เรื่อง ต้นมหัศจรรย์
 

นางดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6
คณะทรัพยากรธรรมชาติ ผู้เขียน/ ผู้ดำเนินรายการ
 

เริ่มรายการ เพลงบรรเลง (เปิดเพลงดอกไม้ให้คุณ เริ่มจากไตเติ้ลจนหถึงขอมอบดอกไม้ในสวน..จากนั้นลดเสียงเพลงให้คอลเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีค่ะคุณผู้ฟังที่รักทุกท่านค่ะ พบกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตร จากคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ กันอีกครั้งนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ ขอเสนอเรื่อง ต้นมหัศจรรย์ ค่ะ
 
  ได้ยินชื่อเรื่องวันนี้แล้ว อย่าเพิ่งรับแปลความหมายว่าเป็นพืชที่แปลกประหลาด คือ มีใบ ดอก ผล ออกมาประหลาดๆ แล้วเลยเตรียมตัวที่จะขอเลขเด็ด กันนะคะ เพราะมันไม่ใช้ต้นไม้มหัศจรรย์อย่างที่เข้าใจกัน หรอกค่ะ ต้นไม้มหัศจรรย์ที่ดิฉันจะพูดถึงในวันนี้ จัดเป็นไม้ประหลาดที่หายากมากชนิดหนึ่ง มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่าซินซีพาลัม ดูลัยฟิคัม (Synsepalum dulaificun) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแอฟริกาตะวันตกเขตร้อย มีชื่อเรียกกันทั่วไปในภาษาอังกฤษวา ไมราเคิล(Miracle) ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยวา มหัศจรรย์ ด้วยเหตุนี้ผู้ที่นำเข้ามาในเมืองไทย จึงเรียกชื่อต้นไม้ต้นนี้ว่า ต้นมหัศจรรย์ ค่ะ
 
  "ต้นมหัศจรรย์" เป็นไม้ที่มีขนาดทรงพุ่มกะทัดรัด เมื่อ เวลาออกดอกและดอกบานจะมีกลิ่นหอมเย็นๆ และเมื่อเวลาติดผลผลจะมีสีแดงสดใส และต้นมหัศจรรย์นี้จะติดดอกออกผลตลอดทั้งปี จึงเหมาะที่จะนำมาทำเป็นไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะติดดอกออกผลมาก ซึ่งผลของต้นมหัศจรรย์นี้ เนื้อในจะมีสีขาว มีรสหวานจัด แต่ปราศจากน้ำตาล จึงไม่มีแคลอรีสามารถนำมาแทนน้ำตาลสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี ค่ะ
 
  นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นจนเป็นที่มหัศจรรย์ คือ เมื่อได้รับประทานผลแม้เพียงเล็กน้อย ภายในเวลา 2 นาที แล้วไปกินผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว มะม่วง มะดัน ระกำ ฯลฯ จะทำให้รสเปรี้ยวนั้นเป็นหวานทันที นี่ละค่ะความมหัศจรรย์ของมัน
 
  ความหวานของต้นมหัศจรรย์นี้ นักชีวเคมี แห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดา บอกว่าตัวที่ทำให้เกิดความมหัศจรรย์ดังกล่าว คือ ไกลโคโปรตีนนั้นเอง เจ้าสารตัวนี้จะไปเคลือบที่ลิ้นบาง ๆ และติดอยู่ประมาณ 1 ชั้วโมง หรืออาจนานจนถึง 2 ชั้วโมงก็ได้ และในช่วงดังกล่าวหากมีการลิ้มรสอย่างอื่นจะมีผลทำให้กากรลิ้มรสนั้นๆเปลี่ยนไปอย่างมาก ตัวอย่างการลิ้มรสมะนาวที่มีรสเปรี้ยวจี๊ด เจ้าสารดังกล่าวก็สามารถเปลี่ยนให้รสเปรี้ยวจี๊ดนั้นเป็นรสหวานได้อย่างประหลาดค่ะ
 
  จากคุณสมบัตินี้เอง จึงทำให้มีบริษัทเอกชนในสหรัฐ นำมาศึกษาในเชิงการค้า โดยผลิตเป็นผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ชนิดหนึ่ง ใช้ชื่อทางการค้าว่าเมอร์ลิน Mirlin ดังนั้นจึงมีการทอลอง ปลูกต้นไม้ชนิดนี้ได้ในเรือนกระจกถึง 1 แสนต้น และคาดว่าจะขยายออกไปอีกเป็น 1 ล้านต้น ที่เปอร์โตริโก ลราซิล เวเนซุเอลา และปานามา ซึ่งมีภูมิอากาศเหมือนถิ่นกำเนิดเดิมของต้นไม้มหัศจรรย์ ค่ะ
 
  ในประเทศไทย ได้มีเกษตรกรนำเข้ามาปลูกและสามารถขยายพันธุ์ได้สำเร็จแล้วเช่นกัน โดยกำลังจะจดสิทธิบัตรเป็นรายแรกของเมืองไทยกับกรมวิชาการเกษตร นั้นคือ คุณวารินทร์ ชิตะปัญญา อยู่บ้านเลขที่ 107/1 หมู่ 2 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จะ.ระยอง ซึ่งเป็นเกษตรกรที่มุ่งมั่นศึกษางานด้านการเกษตรอย่างจริงจัง และเคยมีผลงานโดดเด่นเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ในเรื่องการผลิตน้อยหน่านอกฤดูโดยไม่ใช้สารบังคับ
 
  คุณวารินทร์ให้ข้อมูลว่า จริงๆ แล้วต้นไม้มหัศจรรย์นี้ได้เคยมีผู้นำเข้ามาก่อนแล้ว คือ ท่านอาจารย์ไพโรจน์ ผลประสิทธิ์ อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกรมวิชาการเกษตร แต่ไม่ได้มีการดูแลเท่าที่ควร จึงทำให้การปลูกเลี้ยงไม่แพร่หลาย ต่อมาในปีพุทธศักราชสองพันธุ์ห้าร้อยสามสิบสอง คุณวารินทร์ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย กับคณะทัวร์เกษตรของ อาจารย์ประทีป กุณาศล อดีตหัวหน้าฝ่ายไม้ผลของกรมวิชาการเกษตร และได้พบกับต้นไม้มหัศจรรย์นี้จึงนำมาปลูกที่บ้านฉาง ค่ะ
 
  สำหรับวิธีการปลูกเลี้ยงต้นมหัศจรรย์ คุณวารินทร์ให้ข้อมูลว่า ต้นไม้ชนิดนี้มีนิสัยชอบความชื้นสูง ไม่ชอบแดดจัด เพราะถิ่นดั้งเดิมคงจะขึ้นอยู่ในป่าภายใต้ต้นไม้ใหญ่การปลูกเลี้ยงจึงควรพรางแสงประมาณ 50 %
 
  ดินที่ปลูกต้นมหัศจรรย์ ควรเป็นดินทีมีอินทรียวัตถุสูง มีความร่วนโปร่ง เช่น ดินขุยไผ่หรือดินหมักจากใบก้ามปูร่วมกับเปลือกมะพร้าวสับเป็นชิ้นในอัตราส่วน 2:1 เพื่อให้กาบมะพร้าวสามรถดูดซึมน้ำให้มีความชุ่มชื้น และควรให้น้ำแก่ต้นมหัศจรรย์ทุกวันค่ะ
 
  การดูแลรักษาต้นมหัศจรรย์ ในระยะต้นเล็กๆ ต้นมหัศจรรย์จะโตช้ามาก ดังนั้นจึงควรให้ปุ๋ยเคมีสูตร 27-5-5 ด้วยการละลายน้ำประมาณ 2-3 ช้อนต่อน้ำ 10 ลิตร ทุกวัน 10 วัน หลังจากต้นมหัศจรรย์มีอายุ 1 ปีไปแล้ว ควรเปลี่ยนการใช้ปุ๋ยไปให้ปุ๋ยสูตร 16-16-16 หรือ 15-30-15 ในอัตราส่วน 2-3 ช้อนต่อน้ำ 10 ลิตรทุกเดือนแทนค่ะ การให้ผล หากต้นมหัศจรรย์ได้รับการดูแลรักษาดีพอ ก็จะออกดอกภายใน 2 ปี และจะทยอยออกดอกไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งปี แต่จะติดผลดกในช่วงฤดูหนาว ค่ะ
 
  ต้นไม้มหัศจรรย์แค่ต้นเล็กๆ ก็ตกราคาต้นละ 300 บาท ส่วนต้นที่ติดดอกออกผลแล้วราคาตกต้นละ 7,000 บาท ทั้งนี้เพราะยังเป็นต้นไม้ที่มีน้อยและแปลกประหลาด จึงเป็นที่นิยมของนักสะสมพันธุ์ไม้ ค่ะ
 
  คุณผู้ฟังที่รักค่ะ หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ หรือมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการฯก็ตามนะคะ ขอเชิญติดต่อเข้ามาได้ค่ะ ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์นะคะ ทางจดหมายจ่าหน้าซองถึงดิฉัน ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทรศัพท์กรุณาติดต่อมาที่หมายเลขโทรศัพท์ (074)-211030-49 ต่อ 2370 ต่อ 14 หรือ (074)212849 ต่อ2370 ต่อ 14 ในวันเวลาราชการค่ะ
 
  วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการสาระความรู้ทางการเกษตรได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุมอ. เอฟเอ็ม แปดสิบแปดเม็กกะเฮีร์กซ์ทุกวันจันทร์เวลาประมาณ สิบห้านาฬิกาสี่สิบห้านาที สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อนคค่ะ สวัสดี ค่ะ
 
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14 แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999