บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2545
 
เรื่อง มด

ศรีนรา แมเร๊าะ ผู้เขียน/ผู้ดำเนินรายการ
คณะทรัพยากรธรรมชาติ
 

เริ่มรายการ  เพลงบรรเลง (เปิดเพลงดอกไม้ให้คุณ เริ่มจากไตเติ้ลจนถึงขอมอบดอกไม้ในสวน.. 
จากนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ  สวัสดีค่ะคุณผู้ฟังที่รักทุกท่านคะ หากดิฉันพูดถึงมด ทุกท่านคงจะนึกถึงเจ้ามดตัวเล็กๆที่หากถูกกัดแล้วเจ็บๆแสบๆคันๆ ยิ่งคันก็ยิ่งเกาแล้วละก็หลายๆท่านคงจะไม่ชอบเพราะถือเป็นสัตว์ที่น่ารำคาญ พบเจอได้ทุกที่ที่มีอาหารที่มันชอบ แต่ถ้าหากจะคิดถึงประโยชน์ของมด..คงต้องพูดกันยาวแล้วหล่ะค่ะ เพราะเจ้าสิ่งที่มีชีวิตตัวเล็กๆนี่มีประโยชน์มากมายทีเดียวต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งวันนี้รายการสาระความรู้ทางการเกษตรจะขอหยิบยกเรื่องราวของมดที่มีคุณประโยชน์มาบอกกล่าวให้ทราบกัน เผื่อว่าเมื่อเราเจอมดคราใด แทนที่จะใช้นิ้วมือเราบี้ให้มดตาย อาจจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราเองก็เป็นได้ค่ะ
 
  มดเป็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ในโลกของเรามีมดประมาณ 15,000 ชนิด สำหรับประเทศไทยเราจากการประเมินของภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(บางเขน) มีประมาณ 800-1,000 ชนิด แต่มดที่เราเห็นกันชินตาก็จะมีอยู่ 3-4 ชนิด คือ มดแดงทำรังบนต้นไม้ กัดเจ็บนักเชียวค่ะ การทำรังของมดชนิดนี้ จะทำรังโดยห่อใบให้ติดกันค่ะ ภายในรังมดแดงมีมดที่มีลักษณะแตกต่างกันหลายแบบนะคะ ที่เห็นทั่วๆไป มีตัวสีแดง คือ "มดงาน" ตัวอ่อนและดักแด้ของมดงานมีขนาดเล็กสีขาว ซึ่งชาวบ้านจะเรียกว่า "ไข่มดแดง" สำหรับราชินีมดแดง จะมีตัวโตสีเขียว มีปีกเรียกว่า "มดนาง" ตัวอ่อนและดักแด้ของมดนางมีขนาดใหญ่สีขาว เรียกว่า "มดเป้ง" ค่ะ
 
  ความสำคัญของมด จะให้ประโยชน์กับโลกที่เกี่ยวข้องทั้งในระบบนิเวศน์และเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันของมนุษย์ที่เราแทบจะคาดไม่ถึงว่า เจ้ามดตัวเล็กนิดเดียวนี่แหละจะมีประโยชน์นานัปประการเลยทีเดียว ด้วยความหลากหลายของมดนี่เองจะเป็นตัวส่งเสริมให้เกิดความสมดุลย์ในระบบนิเวศน์ คือ มดจะเป็นตัวย่อยสลายในชั้นต้นเพราะมดจะเป็นผู้บริโภคชิ้น
 
  ส่วนของพืชและสัตว์ มดบางชนิดบริโภคทั้งพืชทั้งสัตว์ เมื่อมดกินสิ่งใดเป็นอาหารแล้วจะทำให้สิ่งนั้นๆ มีขนาดเล็กลงและง่ายต่อการย่อยสลายของจุลินทรีย์ ซึ่งถ้าเราจะอาศัยตัวจุลินทรีย์เล็กๆ ย่อยสลายเองจะใช้เวลานานมากกว่า เมื่อมีการย่อยสลายที่เร็วแล้ววงจรของอาหารที่ถูกย่อยสลายส่วนที่จะกลับมาเป็นธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ก็เร็วขึ้น แม้แต่ที่อยู่อาศัยของมดเองก็มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์เช่นกัน นั่นคือมดบางชนิดทำรังอยู่บนกิ่งไม้ บางชนิดอาศัยอยู่ตามโพรงไม้ และบางชนิดก็ทำรังอยู่ในดิน ในกรณีที่มดอาศัยอยู่ใต้ดินนั้นจะมีอิทธิพลหรือมีส่วนสำคัญในการที่จะสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำรังอยู่ใต้ดินจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้รากพืชมีโอกาสได้ใช้ธาตุอาหารในดิน และเปลี่ยนก๊าซที่พืชจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบริเวณนั้นเองก็จะเป็นดินที่มีความร่วนซุย มีการระบายน้ำได้ดี เป็นการปรับความสมดุลย์ทางกายภาพและทางเคมีในดินธรรมชาติได้อย่างลงตัว สำหรับมดกลุ่มที่ทำรังอยู่บนต้นไม้ก็ช่วยในเรื่องกำจัดแมลงศัตรูที่สำคัญทางการเกษตรที่มาทำลายต้นพืช ซึ่งสถานะนี้มดอยู่ในฐานะเป็นผู้ล่าและคอยควบคุมแมลงชนิดอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสวนผลไม้พวก
สวนส้ม เช่น หนอนเจาะต้นส้ม หนอนเจาะผลส้ม หรือผีเสื้อที่ทำลายใบส้ม โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีในการกำจัด ในด้านการผสมเกสรดอกไม้นั้น มดยังเป็นตัวเสริมและตัวบ่งชี้ถึงอัตราการผสมติดของพืชบางชนิดอีกด้วยค่ะ เช่น ต้นสัก มีนักวิจัยได้ค้นพบว่าในการผสมพันธุ์ของต้นสักนั้น จะพบว่าแมลงที่เป็นสื่อกลางในการผสมเกสรมีหลายชนิดแต่เกือบทุกชนิดยังไม่มีประสิทธภาพที่ดีเพียงพอเท่ากับมด แม้แต่ผึ้งซึ่งเป็นแมลงช่วยผสมเกสรที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด นักวิจัยก็ได้ระบุว่าในกรณีของการผสมเกษรต้นสักนั้น ผึ้งไม่เข้าหาอาจจะเป็นเพราะไม่ชอบสารเคมีหรืออะไรบางอย่างที่ออกมาจากต้นสัก ซึ่งมีผลให้แมลงพวกผีเสื้อต่างๆไม่มีบทบาทมากนัก และจากผลของการวิจัยได้นำเอาตัวอย่างที่เก็บข้อมูลมาให้เห็นว่าในช่อดอกของสักที่มีมดขึ้นอย่างแน่นหนาและ ต่อเนื่องจะมีอัตราการผสมเกสรติดค่อนข้างสูงน่าจะเป็นตัวบ่งชี้ที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่งในการที่ทำให้ต้นสักติดเมล็ดได้มากค่ะ
  ในสมัยก่อนการพยากรณ์เกี่ยวเหตุการณ์ทางธรรมชาติ เค้าก็จะดูพฤติกรรมของสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งจะแสดงสัญชาติญาณออกมาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น จะสังเกตเห็นมดลำเลียงไข่ขึ้นจากรู ก็สามารถจะพยากรณ์ได้ว่าจะมีฝนตกหนักขนาดมีน้ำท่วมขังทีเดียว ซึ่งพฤติกรรมของสัตว์พยากรณ์นี้เป็นปฏิกริยาตอบสนองต่อสภาวะธรรมชาติที่ล้อมรอบตัวมันเองค่ะ
 
  นอกจากนี้แล้วมดยังมีประโยชน์ในด้านอาหารของสัตว์ที่กินมดเป็นอาหารรวมทั้งมนุษย์ด้วย โดยมนุษย์อาศัยไข่ของมดมาใช้เป็นอาหารได้ ซึ่งไข่ของมดที่คนทั่วๆไปเรียกนั้น ความจริงแล้วก็คือ ตัวอ่อนของมดแดงนั่นเองค่ะ ส่วนที่เป็น ไข่มดจริงๆนั้นจะมีขนาดเล็กยิ่งกว่าหัวเข็มหมุดเสียด้วยซ้ำไป ซึ่งเมนูอาหารที่หลายๆคนชอบก็จะมีตั้งแต่การนำตัวมดแดงและมดนาง ใช้ผสมยำอื่นๆ เพื่อให้ได้ความเปรี้ยวแทนมะนาว เพราะจะมีรสเปรี้ยวจากกรดฟอร์มิก ส่วนมดเป้งและไข่มดแดง จะเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการยำ แหมพูดแล้วบางคนอาจจะเปรี้ยวปากขึ้นมากันบ้างแล้ว..
 
  ปัจจุบันการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปมากสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่มีการรณรงค์และเห็นถึงผลเสียของการใช้สารเคมีที่ไม่เหมาะสม และแม้ว่าจะทำให้ศัตรูพืชตายแต่ก็มีผลทำให้แมลงที่มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์และธรรมชาติสิ่งแวดล้อมพลอยตายตามไปด้วย เราคงไม่อยากให้สัตว์ต่างๆ ที่มีประโยชน์ถูกทำลายไป ด้วยการตระหนักถึงพิษภัยของสารเคมีที่เป็นพิษ รวมทั้งไม่ทำลายสัตว์ตัวเล็กๆอย่างมดให้หมดสิ้นไปหรอกนะคะ
 
  คุณผู้ฟังที่รักค่ะ หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ หรือมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการฯก็ตาม ขอเชิญติดต่อเข้ามาได้ค่ะ ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์นะคะ ทางจดหมายจ่าหน้าซองถึง คุณดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทรศัพท์กรุณาติดต่อมาที่หมายเลขโทรศัพท์ (074) 212849 ต่อ 14 ในวันและเวลาราชการค่ะ
 
  วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการสาระความรู้ทางการเกษตรได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุมอ. เอฟเอ็ม แปดสิบแปดเม็กกะเฮิร์กซ์ ทุกวันจันทร์ เวลาประมาณ สิบห้านาฬิกายี่สิบนาที สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ
 
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14 แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999