บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2545
 
เรื่อง อาการขาดธาตุอาหารของพืช
 

ศรีนรา แมเร๊าะ ผู้เขียน/ผู้ดำเนินรายการ
คณะทรัพยากรธรรมชาติ
 

เริ่มรายการ  เพลงบรรเลง (เปิดเพลงดอกไม้ให้คุณ เริ่มจากไตเติ้ลจนถึงขอมอบดอกไม้ในสวน.. จากนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ  สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟังคะ ลักษณะอาการความผิดปกติของต้นพืชที่เราปลูก บางอาการดูด้วยตาเปล่าก็สามารถมองเห็นและวินิจฉัยได้ บางอาการอาจจะต้องพิสูจน์ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการดูด้วยตาเปล่านั้น เกษตรกรบางท่านก็สามารถจะวินิจฉัยและบอกอาการที่ผิดปกตินั้นๆได้ ด้วยประสบการณ์ที่คลุกคลีกับการเกษตรมาเป็นระยะเวลายาวนาน แต่ถึงกระนั้น บางครั้งการที่จะบอกอาการผิดปกติอาจจะมีผิดพลาดบ้าง ถูกต้องบ้าง..วันนี้ทางรายการจึงขอแนะนำการดูและวินิจฉัยอาการผิดปกติของพืชในเบื้องต้น ที่เป็นหลักการทางวิชาการ เพื่อเป็นความรู้เสริมเพิ่มเติมแก่เกษตรกรและคุณผู้ฟังที่สนใจ เพื่อเป็นการย้ำว่าอาการของพืชที่เรามองเห็นนั้น จะแสดงว่าต้นพืชปกติหรือไม่ ? เป็นยังไงกันแน่ค่ะ
 
  ซึ่งการดูลักษณะอาการของพืช ไม่ว่าจะเป็น ลำต้น ใบ ทรงพุ่ม ฯลฯ จะเป็นวิธีที่จะช่วยบอกให้รู้ว่า พืชขาดธาตุอาหารอะไร ดินที่ใช้ปลูกพืชนั้นๆ มีลักษณะอย่างไร มีธาตุอาหารเพียงพอหรือไม่ และจะทำการแก้ไขอย่างไร อย่างไรก็ตามวิธีนี้มีข้อควรคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆด้วย เช่นกัน ดังนี้ค่ะ
 
  ท อาการขาดธาตุอาหารชนิดเดียวกันในพืชแต่ละชนิดอาจมีลักษณะต่างกัน 
ท พืชบางชนิดจะไม่แสดงการขาดธาตุอาหารที่ผิดปกติ แต่มีผลทำให้ผลผลิตลดลง 
ท ถ้าขาดธาตุอาหารมากกว่าหนึ่งธาตุจะสังเกตอาการผิดปกติได้ยากขึ้น
ท พืชอายุสั้นบางชนิด เมื่อพืชแสดงอาการผิดปกติ มักจะแก้ไขไม่ทันการเสียแล้ว 
ท มีลักษณะอาการผิดปกติที่เกิดจากสาเหตุอื่น เช่น พืชขาดน้ำ ดินเค็ม โรค และแมลงต่างๆ อาจมีลักษณะคล้ายๆ กับอาการขาดธาตุอาหาร อาจจะทำให้เข้าใจผิดว่าพืชขาดธาตุอาหาร
 
  สิ่งต่างๆ เหล่านี้หล่ะค่ะที่เราต้องคำนึงด้วย แล้วเรามาฟังกันต่อนะคะว่า หากพืชขาดธาตุอาหารแต่ละชนิด พืชจะแสดงอาการอย่างไร เราจะต้องรีบแก้ไขอย่างไร เพื่อไม่ให้พืชผลเกิดความเสียหายมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ขอกล่าวถึงลักษณะเด่นๆที่เห็นได้ชัดเมื่อพืชขาดธาตุอาหารสำคัญๆ ดังนี้ค่ะ
 
  ถ้าลำต้นและรากของพืชแคระแกร็น ใบเล็กเหลืองซีด ร่วงง่าย แตกกิ่งก้านน้อย แสดงว่า พืชขาดธาตุไนโตรเจน หากขาดมากๆ พืชจะยิ่งแสดงอาการเหลืองซีดไปทั้งต้นและอาจทำให้ตายได้
 
  กรณีที่พืชขาดธาตุฟอสฟอรัส ต้นพืชแคระแกร็น ใบเล็ก เหลือง ลำต้นเล็กลง ใบล่างเริ่มมีสีม่วงตามแผ่นใบ ดอกผลน้อย รากไม่เจริญค่ะ
 
  และหากขาดโปตัสเซียม ซึ่งเป็นธาตุอาหารหลักที่พืชมีความต้องการในปริมาณมากอีกตัวหนึ่ง จะแสดงอาการคือ ใบแก่มีอาการไหม้เริ่มจากที่ปลายใบ แผ่นใบจะโค้งลงหรือม้วนจากปลายใบ ใบอ่อนจะมีจุดประสีแดงหรือเหลืองระหว่างเส้นใบ คุณภาพของดอกและผลลดลงค่ะ
 
  ธาตุอาหารรองที่พืชต้องการไม่มากนักแต่ก็ขาดไม่ได้เช่นกันคือ 
แคลเซียม อาการจะเกิดที่ใบคือ ใบอ่อนบิดเบี้ยว ขอบใบม้วนลง ขอบใบไม่เรียบ ขาดและแห้ง ส่วนของยอดอ่อนจะตาย 
หากพืชขาดธาตุแมกนีเซียม อาการของพืชที่ขาดธาตุนี้คือ ใบแก่มีลักษณะเหลืองซีด ระหว่างเส้นใบมีสีขาวหรือเหลือง ใบร่วงเร็ว พืชจะเจริญเติบโตช้าลง ปริมาณและคุณภาพของดอกและผลต่ำ หากใบยอดมีขนาดเล็ก สีเหลืองซีด แต่เส้นใบยังคงมีสีเขียวแสดงว่า ขาดกำมะถัน
 
  สำหรับการรักษาอาการก็ต้องรักษาให้ถูกโรค หากแน่ใจว่าพืชขาดธาตุใดๆ การรักษาจะมีวิธีการดังนี้
ท ถ้าพืชขาดธาตุอาหารหลักพวก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โปตัสเซียม นิยมใส่ปุ๋ยให้ทางดิน เพราะพืชต้องการมาก ปุ๋ยที่ใช้ควรเลือกสูตรให้เหมาะสมตามลักษณะที่พืชขาด เช่น 30-20-10 หมายถึงปริมาณของ ไนโตรเจน 30 ฟอสฟอรัส 20 และ โปตัสเซียม 10 ส่วนการให้ปุ๋ยทางใบโดยปกติจะช่วยเสริมให้สามารถแก้ไขได้ทันท่วงทีในช่วงแรก ๆ ที่พืชมีการการผิดปกติ
 
  ท ถ้าพืชแสดงอาการขาดธาตุอาหารรอง เช่น ขาดแคลเซียม หรือ แมกนีเซียม ส่วนใหญ่จะพบในดินที่เป็นกรด แก้ไขได้โดยการใส่ปูน กรณีที่ขาดธาตุแคลเซียมอาจใช้ปูนมาร์ล ปูนขาวหรือหินปูนบด แต่ถ้าขาดธาตุแมกนีเซียม ด้วยควรใช้ปูนโดโลไมต์ เพราะมีทั้ง แคลเซียม และ แมกนีเซียม 
 
  นอกจากนี้ ถ้าพืชขาดธาตุสังกะสี เหล็ก ทองแดง แมงกานีส และอื่นๆ ที่เป็นธาตุอาหารที่พืชต้องการน้อย แต่ก็ขาดไม่ได้ วิธีการแก้ไขคือ ควรปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน pH ให้มีค่าประมาณ 5.5-7 และเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก
 
  คุณผู้ฟังค่ะ..การขาดธาตุอาหารที่เราพอที่จะสังเกตและรีบแก้ไขได้ทันท่วงที ก็เป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถ
แก้ไขได้ แต่หากบางกรณีการดูเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ จำเป็นที่จะต้องนำตัวอย่างพืชมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งผลของการตรวจสอบจะสามารถบอกได้เลยว่า พืชนั้นๆมีลักษณะอาการที่ผิดปกติหรือไม่อย่างไร และการแก้ไขก็จะได้แก้ไขได้ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งห้องปฏิบัติการที่ให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรมีทั้งที่เป็นหน่วยงานราชการ เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร มหาวิทยาลัยต่างๆ และของเอกชนค่ะ สำหรับเกษตรกรชาวใต้ ดิฉันขอแนะศูนย์ปฏิบัติงานวิเคราะห์กลาง คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นะคะ คุณผู้ฟังและพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรสามารถไปขอใช้บริการได้ทุกวันในเวลาราชการ เพื่อการผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพค่ะ
 
  จะเห็นได้ว่าการผลิตปุ๋ยน้ำสกัดชีวะภาพ จะมีผลดีต่อประเทศไทยเรามาก ทั้งในแง่ของการลดการสั่งนำเข้าสารเคมีในการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชและปุ๋ยเคมี และยังจะเป็นการสร้างให้เกิดสุขอนามัยที่ดีให้แก่ผู้บริโภค นอกจากนั้นยังสามารถจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วยนะคะ หากท่านเกษตรกรหันมาทดลองทำและใช้ปุ๋ยหมักและปุ๋ยน้ำสกัดชีวะภาพดูบ้างก็อาจจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรเอง และที่สำคัญโอกาสที่แผ่นดินของประเทศไทยในเขตพื้นที่เกษตรกรรมจะประสบปัญหากับเรื่องของดินและสิ่งแวดล้อมก็คงจะลดน้อยลงไปค่ะ
 
  คุณผู้ฟังที่รักค่ะ หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ หรือมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการฯก็ตาม ขอเชิญติดต่อเข้ามาได้ค่ะ ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์นะคะ ทางจดหมายจ่าหน้าซองถึง คุณดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทรศัพท์กรุณาติดต่อมาที่หมายเลขโทรศัพท์ (074) 282330 ในวันและเวลาราชการค่ะ
 
  วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการสาระความรู้ทางการเกษตรได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุมอ. เอฟเอ็ม แปดสิบแปดเม็กกะเฮิร์กซ์ ได้ทุกวันจันทร์ เวลาประมาณสิบห้านาฬิกายี่สิบห้านาที สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ
 
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14 แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999