บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2546
 
เรื่อง พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา
ตอน “ผักขึ้นฉ่ายและผักโขม”
 

ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6 คณะทรัพยากรธรรมชาติ
ผู้เขียน ผู้ดำเนินรายการ
 

เริ่มรายการ  เพลงบรรเลง (เปิดเพลง รั้วศรีบลู จากนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ       สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟังที่รักทุกท่านคะ วันนี้ดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยและบริการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลับมาพบกับคุณผู้ฟังอีกครั้งนะคะในรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” สำหรับวันนี้ดิฉันขอเสนอเรื่อง “พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา” ตอน “ผักขึ้นฉ่ายและผักโขม” ค่ะ

ผักขึ้นฉ่าย มีชื่อพื้นบ้านว่า คึ่นไฉ่ ผักข้าวปืน ผักปืน ผักบืม ผักชีผรั่ง เป็นพืชพื้นเมืองของชาวยุโรป อยู่ในวงศ์เดียวกับผักชี ยี่หร่า คือจัดเป็นพืชล้มลุก ที่มีลำต้นกลวงกลม ใบเป็นใบรวมประกอบด้วยใบย่อย 2-3 คู่ ขอบใบหยักเป็นแฉกลึก ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบความชื้นสูงและอากาศเย็น มีกลิ่นหอมฉุน จึงนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องเทศในการปรุงอาหาร ใช้แต่งกลิ่นเครื่องสำอาง แต่งกลิ่นอาหาร เครื่องดื่ม เหล้า ลูกกวาด และขนมหวาน

ผักขึ้นฉ่าย มีชื่อภาษาอังกฤษว่า เซอลารี (Calery) สมอลเลจ (Smaleage) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า เอปิอัม กราวีโอเลนส์ จัดอยู่ในวงศ์ อัมบรีลิฟีรี (Apium graveolens L. Umbreliferae)

ผักขึ้นฉ่าย มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย ไกลโคไซด์ ชื่อ เอพิอิน (apiin) โปรตีนคาร์โบไฮเดรต วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี โซเดียม น้ำมันหอมระเหย 2 – 3 %ประกอบด้วยสารสำคัญ คือ ไลโมนีน (limonene) ซีลินีน (selinene) สาร 3-บิวทิล
พทาไลโดส์ (3-butylphthalidoes) สาร พโซราเลนส์ (psoralens) และสารโพลีอซิทิลีน (polyacetylene) ซึ่งสาร พทาไลโดส์ และสารโพลีอซิทิลีน เป็นสารที่ทำให้สารก่อมะเร็งหมดฤทธิ์ โดยเฉพาะสารก่อมะเร็งที่เกิดจากบุหรี่ สำหรับสารเอพิอินมีสรรพคุณแก้ชัก (ในหนูทดลอง)

สรรพคุณของผักขึ้นฉ่ายและวิธีใช้ สรรพคุณของผักขึ้นฉ่ายช่วยคุมกำเนิด โดยมีฤทธิ์ลดปริมาณการสร้างอสุจิ ลดอัตราการตั้งครรภ์ ช่วยขับลม ขับปัสสาวะ เป็นยาดับร้อน บำรุงสมองช่วยความจำ และมีสารต้านมะเร็ง ใช้รักษาโรคหัวใจ ความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด นอกจากนั้นยังใช้ขับเสมหะได้อีกด้วย มีรายงานว่า ชาวเอเซียใช้ขึ้นฉ่ายในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยใช้ลดความดันโลหิตมากว่า 2000 ปีแล้ว และชาวเวียดนามใช้ขึ้นฉ่ายทั้งต้นรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยใช้ประมาณ 4 ก้านต่อวัน นอกจากนี้ยังมีรายงานทางการแพทย์ว่า ในคนที่มีความดันปกติ และตรวจพบว่าความดันเริ่มสูง ควรเริ่มบริโภควันละ 4 ก้าน โดยให้บอกแพทย์ที่รักษาอยู่ให้ทราบเพื่อตรวจวัดความดันดูว่า การใช้ขึ้นฉ่ายจะควบคุมระดับความดันให้ลดลงโดยไม่ต้องใช้ยาได้หรือไม่ ส่วนประกอบของขึ้นฉ่ายที่ใช้ประโยชน์ คือ เมล็ด ราก และต้นขึ้นฉ่ายทั้งต้น ซึ่งในแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังนี้
การใช้ขึ้นฉ่ายทั้งลำต้น เพื่อรักษาโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ลดไขมันในเส้นเลือด และขับเสมหะขับลม ขับปัสสาวะ เป็นยาดับร้อน บำรุงสมอง ช่วยความจำ ลดการปวดข้อเนื่องจากเกาต์ ทำให้หลอดเลือดขยายตัว นอกจากนี้ยังมีสารโซราเลนส์ที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อนกวาง หรือโรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) ได้อีกด้วยนะคะ
วิธีการใช้ ให้ใช้ขึ้นฉ่ายทั้งต้น 4 ก้าน นำมาล้างให้สะอาด แล้วคั้นเอาแต่น้ำ อาจจะเติมน้ำผึ้งหรือน้ำหวานเล็กน้อย จากนั้นนำไปตั้งไฟอุ่นๆ ดื่มวันละ 3 ครั้ง จะช่วยลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันในเส้นเลือดได้ดีค่ะ การดื่มน้ำขึ้นฉ่ายมีคำแนะนำให้ดื่มขณะอุ่นๆนะคะ จึงจะให้ผลดีในการรักษาค่ะ สำหรับการใช้ขึ้นฉ่ายเพื่อการขับเสมหะ มีคำแนะนำให้ใช้ขึ้นฉ่ายทั้งต้นประมาณ 1 กำมือ นำมาล้างให้สะอาด แล้วนำไปลวกในน้ำร้อนที่เพิ่งจะเดือดยกลงจากเตาใหม่ๆประมาณ 30 วินาที จึงนำมาตำเพื่อคั้นเอาน้ำ น้ำขึ้นฉ่ายที่ได้จะใช้ดื่มวันละ 2-3 ครั้งๆละประมาณ ครึ่งถ้วยชา สามารถใช้ขับเสมหะได้ดี หรือหากไม่สะดวกจะนำผักขึ้นฉ่ายมาผัดกับหมูหรือกุ้งรับประทานก็ได้นะคะ แต่ต้องผัดไม่ให้ผักขึ้นฉ่ายสุกเกินไป ค่ะ
เมล็ดของขึ้นฉ่าย มีสรรพคุณ ช่วยขับลม ขับปัสสาวะ เป็นยาระงับอาการปวด น้ำมันที่สกัดออกมาจากเมล็ดช่วยสงบประสาท บำรุงสมองและช่วยความจำค่ะ
รากของขึ้นฉ่าย รักษาอาการปวดข้อ เกาต์ ใช้เป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ใช้ดับคาวปลาและเนื้อค่ะ
อย่างไรก็ตามในบางคนที่แพ้ขึ้นฉ่ายก็มีนะคะ ซึ่งเท่าที่พบในรายงานพบว่า หากกินก่อนหรือหลังการออกกำลังกายอย่างหนักจะทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ขึ้นได้ค่ะ

ผักโขม มีชื่อพื้นบ้านว่า ผักขม ผักโหม ผักโขมหัด ผักโขมหนาม จัดเป็นไม้ล้มลุกมีความสูงต้นประมาณ 1-1.50 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนาม ใบยาวรีมีรูปร่างคล้ายรูปหัวใจ ดอกออกเป็นช่อดอก มีสีเขียว เมื่อแก่ช่อดอกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

ผักโขม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า อะมาแรนท์ส (Amaranth ) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า อะมาแรนทัส ไวริดิสจัดอยู่ในวงศ์ อะมาแรนทาซี้อี้ (Amaranthus viridis L. Amaranthaceae)

ผักโขม มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัสเหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน และวิตามินซี

สรรพคุณของผักโขมและวิธีใช้ ส่วนประกอบของผักโขมที่ใช้ประโยชน์ คือ ใบสด ราก และต้นผักโขมทั้งต้น ซึ่งในแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังนี้
ใบสด ใช้น้ำคั้นจากใบสดทาแก้คัน แก้พิษแมงป่อง รักษาแผลพุพอง ลวกกินเป็นผักโดยเฉพาะกินกับปลา
ราก มีสรรพคุณในการขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ต้มอาบแก้คัน เป็นยาถอนพิษร้อนใน แก้ไข้เบื่ออาหาร แก้กลาก
ต้นผักโขมทั้งต้น ต้มอาบแก้คัน รักษาอาการผดผื่นคัน รักษาฝี แก้พิษงูที่ไม่ร้ายแรงโดยใช้ต้นสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาดแล้วตำให้ละเอียด นำมาพอกบริเวณที่มีอาการดังกล่าว สำหรับในกรณีที่ถูกงูกัดอาจจะใช้ผัาพันไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเคลื่อนหรือเลื่อนหลุด และให้เปลี่ยนยาวันละ 3 ครั้ง นอกจากนี้ในบางตำราพบว่า สามารถใช้ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ (โดยใช้ร่วมกับผักโขมหิน เรียกว่า โขมทั้งสอง) ผักโขมทั้งต้นใช้บำรุงน้ำนมในสตรีหลังคลอดได้ด้วย โดยใช้ต้นสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ต้มกับน้ำ 3 แก้ว เคี่ยวให้เหลือน้ำครึ่งแก้ว แบ่งรับประทานวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น โดยรับประทานทั้งน้ำและเนื้อ

       วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” ได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุ มอ. เอฟเอ็ม แปดสิบแปด เม็กกะเฮิร์กซ์ ทุกวันจันทร์ เวลาประมาณสิบห้านาฬิกายี่สิบนาที หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ หรือหากคุณผู้ฟังมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการฯ ก็ตามนะคะ ขอเชิญติดต่อเข้ามาได้ค่ะ ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์ ทางจดหมายจ่าหน้าซองถึง คุณดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างาน
ฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยและบริการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทรศัพท์กรุณาติดต่อมาที่หมายเลข 074 – 219-234 และ 074 282330 ได้ทุกวันในเวลาราชการนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันขอลา
คุณผู้ฟังไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14   แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999