บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2546
 
เรื่อง พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา
ตอน “ข้าวโพดและข่อย”
 

ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6 คณะทรัพยากรธรรมชาติ
ผู้เขียน ผู้ดำเนินรายการ
 

เริ่มรายการ  เพลงบรรเลง (เปิดเพลง รั้วศรีบลู จากนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ       สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟังที่รักทุกท่านคะ วันนี้ดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยและบริการคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลับมาพบกับคุณผู้ฟังอีกครั้งนะคะในรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” สำหรับวันนี้ดิฉันขอเสนอเรื่อง “พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา” ตอน “ข้าวโพดและข่อย” ค่ะ

ข้าวโพด มีชื่อพื้นบ้านว่า ข้าวโพด ทางภาคใต้เรียก คง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า คอร์น (Corn) แมสซ์ (Maize) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ซีเมส์ (Zea mays L.) จัดอยู่ในวงศ์ กรามินี้ (Gramineae)

ข้าวโพด มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซียมฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินซี วิตามินอี มีสารแอลคาลอยด์ที่ระเหยได้ มีกรดเมซีนิก (Maizenic acid) น้ำตาลเด็กซ์ตริน (dextrin) อัลคาลอยด์ (alkaloids) คริปโตแซนทิน (cryptoxanthin) ฟลูโอรีน (fluorine) กรดมาลิก (malic acid) สติคมาสเตอรอล (stiqmasterol) กรดแพนโทเทนิค (pantothenic acid) เรซิน (resin) และสารซิลิคอน (silicon)

สรรพคุณของข้าวโพดและวิธีใช้ ส่วนประกอบของข้าวโพดที่ใช้ประโยชน์ คือ ไหมข้าวโพด เมล็ด ต้นและใบ ซึ่งจะให้สรรพคุณดังนี้
ไหมข้าวโพด หรือ หนวดข้าวโพด ใช้ขับปัสสาวะ แก้ดีซ่าน ขับน้ำดี แก้ถุงน้ำดีอักเสบ แก้เบาพิการปวดขัดเวลาเบา แก้เด็กปัสสาวะรดที่นอน แก้ไตอักเสบบวมน้ำ วิธีใช้ คือ ใช้ไหมข้าวโพดต้มกับน้ำใช้ดื่ม แต่ให้ระวังยาฆ่าแมลงที่อาจปนเปื้อนได้ ชั่งไหมข้าวโพด 30 กรัม เติมน้ำ 1 ลิตร ต้มนาน 15 นาที ดื่มครั้งละ 1 ถ้วยกาแฟ ก่อนอาหารเช้าและเย็น
เมล็ดข้าวโพด ในเมล็ดข้าวโพดจะมีสารต้านมะเร็งและต่อต้านไวรัส มีความสามารถในการช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนและโปรทีเอสอินฮิบิเตอร์ (protease inhibitors) ทำให้มีสรรพคุณต้านไวรัส บำรุงหัวใจ เจริญอาหาร
ต้นและใบ ต้นและใบของข้าวโพดที่ตากแห้งแล้ว นำมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แทนชา เพื่อรักษานิ่วได้

ข่อย มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นแตกต่างกันออกไป ในจังหวัดเลยเรียกว่า ส้มพอ ส่วนภาคใต้ เรียกว่า ขรอย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า สตรีบลัส แอสเปอร์ (Streblus asper Lour.) จัดอยู่ในวงศ์ โมราซี้อี้ (Moraceae)

ข่อย จัดเป็นไม้ยืนต้นมีขึ้นอยู่ทั่วไป ใบเป็นใบเดี่ยวติดกับลำต้นแบบสลับ ตัวใบมีรูปร่างหลายลักษณะมีทั้งรูปรี รูปไข่ และรูปสามเหลี่ยมขนมเปียกปูน ปลายใบมน โคนใบแหลม ขอบใบหยัก ขนาดกว้าง 2-4 ซม. ยาว 3-7 ซม. เนื้อใบหยาบและระคายมือ มีดอกสีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองอมเขียว ซึ่งมีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ตามซอกโคนก้านใบ โดยดอกตัวเมียอยู่เดี่ยวๆ ดอกตัวผู้มีขนาดเล็กกว่ามากและอยู่รวมกันเป็นช่อ ผลมีสีเหลืองรูปไข่ ขนาด 0.5-1 ซม. ในการขยายพันธุ์ข่อยมีหลายวิธีคือ วิธีเพาะเมล็ด และวิธีการตอนกิ่ง ซึ่งข่อยสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพดินฟ้าอากาศทั่วไป ในเขตร้อนชื้นที่ไม่มีน้ำขังและไม่เป็นดินทรายจัด เมื่อเริ่มปลูกให้ใช้กิ่งตอนที่มีรากพอสมควรปลูกลงไปในหลุม รดน้ำทุกวันจนพืชเริ่มตั้งตัวได้ จากนั้นมีการตัดแต่งกิ่ง ก้านบ้าง เพื่อให้สวยงามและรับแสงแดดทั่วถึง และในช่วงฤดูแล้งให้น้ำเพิ่มเติมบ้าง ไม่นานก็สามารถใช้ประโยชน์ได้
คนในสมัยก่อนรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย จะนำกิ่งข่อยมาสีฟัน ซึ่งสรรพคุณของสมุนไพรชนิดนี้ จะใช้แก้อาการปวดฟัน โดยใช้เปลือกต้นสด ขนาดประมาณ 1 ฝ่ามือ สับให้เป็นชิ้น แล้วนำมาต้มกับน้ำพอควรโดยใส่เกลือให้มีความเค็ม ต้มนาน 10-15 นาที แล้วเอาน้ำขณะที่ยังอุ่นมาอม กลั้วปากและคอค่ะ

        วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” ได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุ มอ. เอฟเอ็ม แปดสิบแปด เม็กกะเฮิร์กซ์ ทุกวันจันทร์ เวลาประมาณสิบห้านาฬิกายี่สิบนาที หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ หรือหากคุณผู้ฟังมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการฯ ก็ตามนะคะ ขอเชิญติดต่อเข้ามาได้ค่ะ ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์ ทางจดหมายจ่าหน้าซองถึง ดิฉันดวงจันทร์เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยและบริการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทรศัพท์กรุณาติดต่อมาที่หมายเลข 074 – 219-234 และ 074 282-330 ได้ทุกวันในเวลาราชการนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14   แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999