บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546
 
เรื่อง พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา
ตอน “แคบ้านและแครอท”
 

ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6 คณะทรัพยากรธรรมชาติ
ผู้เขียน ผู้ดำเนินรายการ
 

เริ่มรายการ  เพลงบรรเลง (เปิดเพลง รั้วศรีบลู จากนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ       สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟังที่รักทุกท่านคะ วันนี้ดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยและบริการคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลับมาพบกับคุณผู้ฟังอีกครั้งนะคะในรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” สำหรับวันนี้ดิฉันขอเสนอเรื่อง “พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา” ตอน “แคบ้านและแครอท” ค่ะ

แคบ้าน มีชื่อภาษาท้องถิ่นว่า แคขาว แคแดง แคดอกแดง แคดอกขาว มีชื่อภาษาอังกฤษว่า คอควู้ด(Cork Wood) เวทเจทเทเบิล ฮัมมิงเบิร์ด (Vegetable Humming Bird) เชสแบน (Sesban) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า เชสบาเนีย เกรนดิฟลอรา (Sesbania grandiflora (L.) Pers.) จัดอยู่ในวงศ์ ฟาบาซี้อี้ (Fabaceae) แคเป็นพืชยืนต้น จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง แต่บางสายพันธุ์จะมีขนาดเล็ก มีต้นเตี้ย ซึ่งชาวบ้านจะเรียก แคเตี้ย หรือบางแห่งเรียก แคตอแหล ลักษณะของใบจัดเป็นใบรวม ดอกมีสีขาวและสีแดง เปลือกลำต้นจะมีลักษณะเป็นเกล็ด นิยมใช้ดอก และยอดอ่อนของแค นำมาแกงหรือใช้เป็นผักลวกจิ้มน้ำพริก ค่ะ

แคบ้าน มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย โปรตีน (1.22%) เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน และวิตามินซี ในยอดแค มีสารอาหารมากกว่า ดอกแค เปลือกต้นแคจะมีสารแทนนิน (tannin) ไตรเทอร์พีนอยด์ (triterpenoid) ซาโปนิน (saponin) กรดแอมิโนชื่อคานาวานีน (Canavanine)

สรรพคุณของแคบ้านและวิธีใช้ แคบ้านใช้แก้ชันนะตุ หรือแผลที่มีหนองเรื้อรังโดยใช้เปลือกต้นสด วิธีการคือ นำเปลือกต้นสดไปต้มโดยใส่น้ำพอท่วมเติมเกลือเล็กน้อย เมื่อน้ำเดือดแล้วให้ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที นำน้ำที่ต้มมาล้างแผลวันละ 3 ครั้ง แผลจะแห้งและหายเร็ว ส่วนประกอบของแคบ้านที่ใช้ประโยชน์ได้แก่ ใบ ยอด ดอก และเปลือกต้นซึ่งจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังต่อไปนี้
ใบ ยอดอ่อนและใบอ่อน ใช้แก้ไข้หวัด ถอนพิษไข้ แก้ปวดศรีษะ ใช้เป็นยาระบาย นอกจากนี้ในตำรายาบางตำรา ยังระบุว่า ใบแคมีรสจืด บำรุงจิตใจทำให้แจ่มใส แก้โรคนอนไม่หลับ บำรุงเลือดได้อีกด้วย ในตำรายาบางตำราคำว่า “แคทั้งสอง” จะหมายถึง แคดอกแดงและแคดอกขาว ค่ะ
ดอก ใช้แก้ไข้เปลี่ยนฤดู แก้ไข้หัวลม
เปลือกต้น โดยเฉพาะเปลือกด้านในจะมีสารเทนนิน ซึ่งมีสรรพคุณใช้แก้ท้องเสีย และโรคบิดได้ วิธีใช้ จะรับประทานเปลือกสดๆ หรือให้นำเปลือกต้นแคมาต้มกับน้ำ แล้วนำน้ำมาดื่มเพื่อรักษาอาการท้องเสีย แก้บิดแก้มูกเลือด คุมธาตุ ชะล้างบาดแผล ใช้สมานแผลทั้งภายนอกและภายในได้ดีค่ะ

แครอท ไม่มีชื่อภาษาท้องถิ่นเนื่องจากเป็นพืชจากต่างประเทศ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า แครอท (Carrot) บีสเนสท์ (Beesnest Plant) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า เดาคัส แครอท (Daucus carots L.)จัดอยู่ในวงศ์ อัมบีลิฟีรี้ (Umbeliferae)

มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กวิตามินซี ไนอาซิน มีโพแทสเซียมสูง มีแคลเซียมเพคเตท (calcium pectate) ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็งและต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก ทำให้เลือดดี เสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย สามารถต้านสารมะเร็งหลายชนิดนะคะ ในการเก็บแครอทมีคำแนะนำ ไม่ให้เก็บแครอทรวมกับผลไม้พวก แอ๊ปเปิ้ล แพร์ หรือพีช เพราะเมื่อสุกจะปลดปล่อยก๊าซเอทิลีน ซึ่งจะทำให้แครอทมีรสขมได้ค่ะ นอกจากนี้หากจะเก็บแครอทไว้นานๆโดยยังคงให้แครอทมีความกรอบอยู่ มีคำแนะนำให้เก็บแครอทโดยไม่ให้ปลิดจุกทิ้งนะคะ เพราะการปลิดจุกทิ้ง จะทำให้เนื้อแครอทไม่กรอบค่ะ

สรรพคุณของแครอทและวิธีใช้ ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของแครอท คือ หัวแครอท ซึ่งมีสรรพคุณดังต่อไปนี้ ในหัวแครอทมีแคลเซียมเพคเตท ทำให้สามารถลดระดับคอเลสเตอรอลได้ จึงลดการเกิดโรคหัวใจและภาวะหัวใจสลาย น้ำคั้นจากหัวแครอทหากผสมมะนาว ใช้ทาตามบริเวณผิวหน้า สามารถใช้เป็นยาบำรุงผิว ลบรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ใช้เป็นส่วนผสมของยาทาผิวเพื่อป้องกันแสงแดด บางรายงานระบุว่า การแช่แครอทไว้ในน้ำมันพืช แครอทจะให้สารที่มีประโยชน์ออกมาอยู่ในน้ำมัน ซึ่งเมื่อนำน้ำมันที่ได้มาทาผิวก็จะช่วยในการบำรุงผิวได้ค่ะ และแครอทยังใช้ขับปัสสาวะได้ดี เพราะแครอทมีโพแทสเซียมสูง นอกจากนั้นในแครอทยังมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีฤทธิ์ขับพยาธิไส้เดือน จากการสำรวจรายงานการวิจัยพบว่า แครอทสามารถลดอัตราการเกิดสโตร๊คในผู้หญิงกว่า 50 % ลดอัตราการเกิดมะเร็งปอดลง 50 % ลดการเกิดโรคเสื่อมของตา เช่น ต้อกระจก ในแครอทมีเส้นใยที่สลายตัวได้มีอยู่สูงมากซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอล นอกจากนี้การหุงต้มแครอทนานๆ จะไม่ทำลายสารเบต้าแคโรทีนในแครอท และยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ง่าย ค่ะ

       วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” ได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุ มอ. เอฟเอ็ม แปดสิบแปด เม็กกะเฮิร์กซ์ ทุกวันจันทร์ เวลาประมาณสิบห้านาฬิกายี่สิบนาที หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ หรือหากคุณผู้ฟังมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการฯ ก็ตามนะคะ ขอเชิญติดต่อเข้ามาได้ค่ะ ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์ ทางจดหมายจ่าหน้าซองถึง คุณดวงจันทร์เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยและบริการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทรศัพท์กรุณาติดต่อมาที่หมายเลข 074 – 219-234 และ 074 282330 ได้ทุกวันในเวลาราชการนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14   แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999