บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 24 มีนาคม 2546
 
เรื่อง พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา
ตอน “ตะลิงปริงและตำลึง”
 

ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6 คณะทรัพยากรธรรมชาติ
ผู้เขียน ผู้ดำเนินรายการ
 

เริ่มรายการ  เพลงบรรเลง (เปิดเพลง รั้วศรีบลู จากนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ       สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟังที่รักทุกท่านคะ วันนี้ดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยและบริการคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลับมาพบกับคุณผู้ฟังอีกครั้งนะคะในรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” สำหรับวันนี้ดิฉันขอเสนอเรื่อง “พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา” ตอน “ตะลิงปริงและตำลึง” ค่ะ

ตะลิงปริง มีชื่อภาษาท้องถิ่นว่า กะลิงปริง หลิงปริง ปลีมิง ตะลิงปริง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า คิวคัมเบอร์ทรี (Cucumber Tree) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า อะเวอร์โร บิลิมไบ (Averrhoa bilimbi L.) จัดอยู่ในวงศ์ อะเวอร์โรซี้อี้ (Averrhoaceae)

ตะลิงปริง มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน วิตามินซี และโพแทสเซียมออกซาเลต ใบของ
ตะลิงปริง มีสารที่เรียกว่า ไฮดรอกไซอะนิน hydrocyanin เล็กน้อย

สรรพคุณของตะลิงปริงและวิธีใช้ ส่วนที่เป็นประโยชน์ของตะลิงปริง คือ ผลอ่อน ดอก ใบ ลำต้นและราก ซึ่งแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังต่อไปนี้
- ผลและผลอ่อน ใช้รับประทานเพื่อเจริญอาหาร บำรุงร่างกาย สมานแผล ขับเหงื่อ แก้ปวดกระดูก แก้ไข้ แก้ไอ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ริดสีดวงทวาร ในตำรายาไทย ใช้ผลตะลิงปริง เพื่อแก้เสมหะเหนียว แก้ไอ
- รากตะลิงปริง ใช้แก้ร้อนใน กระหายน้ำ
- ใบ ใช้พอกแก้คัน แก้คางทูมและแก้สิว วิธีใช้ แก้คางทูม ให้ใช้ใบสด 1 กำมือ
ตำให้ละเอียด แล้วพอกวันละ 2 ครั้ง ชาวอินโดนีเซียนิยมใช้มาก วิธีใช้แก้สิว ให้ใช้ใบต้มหรือบด ชงน้ำร้อนดื่มแก้ลำไส้ใหญ่อักเสบ แก้ไขข้ออักเสบ แก้กามโรคหรือใช้ทาเพื่อรักษาสิว ค่ะ
ดอก รับประทานแก้ไอ
ต้น ใช้ต้นอ่อนเป็นยาระบาย
อย่างไรก็ตาม มีคำแนะนำไม่ให้รับประทานตะลิงปริงมากจนเกินไปนะคะ เพราะหากบริโภคมากจนเกินไป อาจจะทำให้อาเจียนได้ค่ะ สำหรับในมาเลเซียมีข้อมูลว่า นำตะลิงปริงมาผสมใช้ทำข้าวเกรียบด้วยค่ะ

ตำลึง มีชื่อภาษาท้องถิ่นว่า ผักตำนิน ผักแคบ ตำนิน สี่บาท ตำลึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่าไอวี่ โกร์ด (Ivy gourd) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า คอกซิเนีย แกรนด์ดิส (Coccinia grandis Voigt) จัดอยู่ในวงศ์ คิวเคอบิทาซี้อี้ (Cucurbitaceae)

ตำลึง มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินเอ (มีมาก)แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน ใบ มีน้ำย่อยเอนไซม์อมิเลส (amyrin) มีกรดแอมิโนหลายชนิดและเบต้าซิโตสเตอรอล (?-sitosterol) ราก มีสารลูปีออลอะซีเตท (lupeolacetate) เบต้าอะไมรินอะซีเตท (?-amyrin acetate) เป็นต้น ผลอ่อน มีลูปิออล เบต้าอะไมริน และคิวเคอร์บิตาซินไกลโคไซด์ (cucurbitacinglycoside)
ตำลึง จัดเป็นไม้เถาล้มลุก มีอายุยืนนานหลายปี เถาแก่จะมีขนาดใหญ่ แข็งแรง และมีมือเกาะ ลักษณะของดอกตำลึง จะมีสีขาว ลักษณะของผลตำลึงจะคล้ายผลแตงกวาแต่มีขนาดเล็กกว่า ผลอ่อนหรือผลดิบมีสีเขียวและเมื่อแก่จะมีสีแดงสด ใบออกสลับกันและมีรูปสามเหลี่ยม ตำลึงปลูกและดูแลง่ายสามารถเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกประเภทโดยยึดเกาะตามรั้วบ้าน หรือต้นไม้ใหญ่ที่รกร้าง สามารถนำยอดอ่อนไปประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงจืดใบตำลึง แกงเลียง ก๊วยเตี๋ยวยอดตำลึง ฯลฯ

สรรพคุณของตำลึงและวิธีใช้ ส่วนที่เป็นประโยชน์ของตำลึง คือ รากและใบ เมล็ด ลำต้น ผล หัว ดอก และน้ำยางจากทุกส่วน ซึ่งแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังต่อไปนี้
รากและใบ ตำลึงมีฤทธิ์ช่วยลดน้ำตาลในเลือด เพราะในใบตำลึงจะมีสารที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ช่วยย่อยอาหารจำพวกแป้ง ใช้ทาภายนอกเป็นยาแก้พิษ แก้คัน แก้อักเสบ เนื่องจากแมลงสัตว์กัดต่อยหรือถูกพืชพิษ บำรุงผิวหนัง ดับพิษร้อน รักษาโรคตา และแก้ไข้
เมล็ด โขลกผสมน้ำมันมะพร้าว ใช้ทาแก้หิด
ทั้งต้น ใช้ลดน้ำตาลในเลือด อาจนำมาใช้เป็นยารักษาเบาหวานแก้โรคผิวหนัง
ผล แก้เบาหวาน
ใบ ช่วยย่อยอาหารจำพวกแป้ง ต้องกินสดหรือไม่ใช้ความร้อนสูง เพราะเป็นเอนไซม์อมิเลส (amylase) ซึ่งสลายตัวเมื่อถูกความร้อน สามารถใช้แก้อาการแพ้ แก้คัน ลดอาการปวดแสบปวดร้อนให้ทาซ้ำ ๆ บ่อย ๆ จนกว่าจะหาย ให้ใช้ใบสดตำละเอียด ทารักษาอาการปวดแสบปวดร้อนหรือคัน และใช้เถาทำเป็นยาเย็นดับพิษต่างๆ และใช้ได้ดีเมื่อถูกมดคันไฟกัด แก้เจ็บตา ตาแดง ตาแฉะ ใช้ต้มดื่มดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ไข้ตัวร้อน และมีวิตามินเอเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สำหรับคำแนะนำในการใช้แก้โรคเริมหรืองูสวัด ให้ใช้ใบสด 2 กำมือและลำต้นอ่อนๆ ตำให้ละเอียดแล้วผสมกับดินสอพอง ในอัตราส่วน ใบตำลึงตำละเอียดต่อดินสอพอง เท่ากับ 1 ต่อ 4 ส่วน นำไปทาพอกบริเวณที่มีอาการของโรค
หัว ต้มดื่ม ดับพิษ แก้ตาฟาง ลดไข้ แก้อาเจียน
ดอก ตำพอกหรือทา แก้คัน
น้ำยางจากทุกส่วน แก้โรคเบาหวาน

       วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” ได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุ มอ. เอฟเอ็ม แปดสิบแปด เม็กกะเฮิร์กซ์ ทุกวันจันทร์ เวลาประมาณสิบห้านาฬิกายี่สิบนาที หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ หรือหากคุณผู้ฟังมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการฯ ก็ตามนะคะ ขอเชิญติดต่อเข้ามาได้ค่ะ ทั้งทางจดหมาย และโทรศัพท์ ทางจดหมายจ่าหน้าซอง ถึง คุณ
ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยและบริการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทรศัพท์กรุณาติดต่อมาที่หมายเลข 074-219-234 และ 074-286059-60 ได้ทุกวันในเวลาราชการนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14   แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999