บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2546
 
เรื่อง พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา
ตอน “บวบหอมและบวบเหลี่ยม”
 

ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6 คณะทรัพยากรธรรมชาติ
ผู้เขียน ผู้ดำเนินรายการ
 

เริ่มรายการ  เพลงบรรเลง (เปิดเพลง รั้วศรีบลู จากนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ       สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟังที่รักทุกท่านคะ วันนี้ดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยและบริการคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลับมาพบกับคุณผู้ฟังอีกครั้งนะคะในรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” สำหรับวันนี้ดิฉันขอเสนอเรื่อง
“พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา” ตอน “บวบหอมและบวบเหลี่ยม” ค่ะ

บวบหอม มีชื่อภาษาท้องถิ่นว่า บวบกลม บวบขม และบวบหอม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า สปองจีโกร์ด (Sponge Gourd) สมูธ โกร์ด (Smooth gourd) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ลูฟฟ์ฟ่า อีจิปเทียคา (Luffa aegyptiaca Miller) จัดอยู่ในวงศ์ คิวเคอร์บิทาซี้อี้ (Cucurbitaceae) จัดเป็นไม้เถาเหมือนกับบวบเหลี่ยม ลักษณะต้น ดอก และใบ คล้ายกันมากคือ มีลำต้นเป็นเถาและมีหนวดสำหรับยึดเกาะ ใบจะมีลักษณะเป็นขอบใบหยัก ดอกจะมีสีเหลืองสดใส ต่างกันที่ลักษณะของทรงผล คือ หากเป็นบวบหอมจะมีลักษณะของผลยาวรี ผิวผลเรียบไม่มีเหลี่ยม หากเป็นบวบเหลี่ยม ลักษณะของผลจะมีเหลี่ยมเป็นสันนูนขึ้นมาชัดเจน

บวบหอม มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต เส้นใย แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี 1วิตามินบี 2 ไนอาซิน และวิตามินซี ในผลของบวบหอมจะมีน้ำ 95.9 % และน้ำตาล 2.2% มีสารซาโปนิน มิวซิน และไฟติน ส่วนในเมล็ด จะมีกรดไขมันที่เรียกว่า ไลโนลีอิค (linoleic) ค่ะ

สรรพคุณของบวบหอมและวิธีใช้ ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของบวบหอมคือ ผล ดอก ใบ เถาหรือลำต้น เมล็ด และราก ซึ่งแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังนี้
- ดอก มีรสขมเล็กน้อย ใช้รักษาอาการไอ เจ็บคอ แก้หอบหืด และริดสีดวงทวาร
- กิ่งหรือลำต้น ใช้ต้ม แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
- ผลอ่อน มีรสเย็นจืด ออกหวาน จึงเหมาะสำหรับใช้ลดไข้ แก้ร้อนใน ระบายท้อง ขับน้ำนม ขับปัสสาวะ แก้เลือดออกตามทางเดินอาหาร แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ในตำรายาไทยมีคำแนะนำในการใช้เพื่อขับน้ำนมดังนี้ ให้ใช้ผลอ่อน 1-2 ผล นำมาประกอบอาหารให้แม่ลูกอ่อนรับประทาน จะช่วยขับน้ำนมค่ะ
- ใบสด คั้นดื่มเป็นยาฟอกเลือด ขับระดู นำใบมาตำพอกแก้อักเสบปวดบวม ผื่นคัน หากนำใบมาต้มดื่ม ใช้ขับปัสสาวะ หรือแก้ปัสสาวะเป็นเลือด หากใช้ใบแห้งบวบหอมหนัก 5 กรัม ชงน้ำร้อน 1 แก้ว ดื่มก่อนอาหารเช้า-เย็น
- เมล็ด เผาให้เป็นเถาแล้วบดทาบริเวณที่ปวด แก้ปวดเอวเรื้อรัง หรือใช้กินเพื่อขับปัสสาวะ ขับพยาธิ หรือบีบเอาน้ำมันจากเมล็ดบวบหอมมาใช้ทำอาหารก็ได้ค่ะ
- ราก ใช้รับประทานเป็นยาถ่าย หรือรักษาอาการปวดศรีษะข้างเดียว แก้เจ็บคอ
นอกจากนั้นแล้วในรังบวบ จะมีสาร ไซแลน(xylan) เซลลูโลส(cellulose) แมนแนน(mannan) และลิกนิน(liqnin) ซึ่งสามารถใช้ขัดถู ใช้กันกระแทก สานเสื่อ หมวก ผ้าปูโต๊ะ ใช้กรองน้ำมันในเรือเดินทะเลได้ดีอีกด้วยค่ะ

บวบเหลี่ยม มีชื่อภาษาท้องถิ่นว่า บวบหวาน มะนอย และบวบเหลี่ยม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า แองเกิ้ลโกร์ด (Angled Gourd) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ลูฟฟ์ฟ่า อะคิวแทงกูลา (Luffa acutangula (L.)Roxb) จัดอยู่ในวงศ์ คิวเคอร์บิทาซี้อี้ (Cucurbitaceae) จัดเป็นไม้เถาเหมือนกับบวบหอม ลักษณะต้น ดอก และใบ คล้ายกันมากคือ มีลำต้นเป็นเถาและมีหนวดสำหรับยึดเกาะ ใบจะมีลักษณะเป็นขอบใบหยัก ดอกจะมีสีเหลืองสดใส ต่างกันที่ลักษณะของทรงผล คือ หากเป็นบวบเหลี่ยมจะมีลักษณะของผลยาวรี ผิวผลมีเหลี่ยมเป็นสันนูนชัดเจนค่ะ

บวบเหลี่ยม มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แคลเซียมฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 ไนอาซิน และวิตามินซี ในผลของบวบเหลี่ยม จะมีน้ำ 95.4% และน้ำตาล 3% และมีสารอีลาสทิน elastein ทำให้ถ่าย และมีสารซาโปนิน saponin

สรรพคุณของบวบเหลี่ยมและวิธีใช้ ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของบวบเหลี่ยมคือ ผล ใบ ราก และเนื้อในเมล็ด ซึ่งแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังนี้
- ผลอ่อน ใช้บำรุงร่างกาย แก้ร้อนใน ขับปัสสาวะ และขับเสมหะ ส่วนผลสดใช้แก้คันมีคำแนะนำการใช้บวบเหลี่ยมเป็นยาขับปัสสาวะดังนี้นะคะ ให้ใช้ได้ทั้ง ใบสดและผลอ่อน หากเป็นใบสดให้ใช้ 1 กำมือ ถ้าเป็นผลอ่อนให้นำผลอ่อนไปต้มกับน้ำ โดยใส่น้ำพอท่วม แล้วต้มจนเดือด จึงนำน้ำที่ได้มาดื่มวันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น ครั้งละ 1 แก้ว ค่ะ
- ใบ ใช้ต้มดื่มเพื่อขับเสมหะ ขับปัสสาวะ และตำพอกแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย หรือหากจะใช้ใบแห้ง หนัก 5 กรัม ชงน้ำร้อน 1 แก้ว ดื่มก่อนอาหารเช้า-เย็น
- ราก ต้มน้ำดื่มเป็นยาระบาย แก้บวมช้ำ ระบายท้อง เจ็บคอ
- เนื้อในเมล็ด ขับพยาธิตัวกลม เป็นยาระบาย แก้ร้อนใน แก้บิด ขับเสมหะ
นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำว่า ผล เถา และทั้งต้นของบวบเหลี่ยม สามารถเข้าตำรับยาแก้ลม บำรุงหัวใจ ได้อีกด้วย ส่วนเมล็ดของบวบเหลี่ยมใช้ทำยาถ่าย กินแก้ร้อนใน ได้นะคะ แต่มีข้อห้ามสำหรับผู้มีไข้ห้ามรับประทานค่ะ

       วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” ได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุ มอ. เอฟเอ็ม แปดสิบแปด เม็กกะเฮิร์กซ์ ทุกวันจันทร์ เวลาประมาณสิบห้านาฬิกายี่สิบนาที หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ หรือหากคุณผู้ฟังมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการฯ ก็ตามนะคะ ขอเชิญติดต่อเข้ามาได้ค่ะ ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์ ทางจดหมายจ่าหน้าซองถึง คุณดวงจันทร์เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยและบริการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทรศัพท์กรุณาติดต่อมาที่หมายเลข 074-219-234 และ 074-286059-60 ได้ทุกวันในเวลาราชการนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14   แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999