บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2546
 
เรื่อง พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา
ตอน “ผักแต้วและผักปลัง”
 

ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6 คณะทรัพยากรธรรมชาติ
ผู้เขียน ผู้ดำเนินรายการ
 

เริ่มรายการ  เพลงบรรเลง (เปิดเพลง รั้วศรีบลู จากนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ       สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟังที่รักทุกท่านคะ วันนี้ดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยและบริการคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลับมาพบกับคุณผู้ฟังอีกครั้งนะคะในรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” สำหรับวันนี้ดิฉันขอเสนอเรื่อง “พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา” ตอน “ผักแต้วและผักปลัง” ค่ะ

       ก่อนจะเริ่มรายการดิฉันขอเชิญชวนพ่อ แม่ พี่ น้องและคุณผู้ฟังทุกท่านเที่ยวชม"งานเกษตรภาคใต้ครั้งที่ 11" ซึ่งจะจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 15-24 สิงหาคม 46 นี้นะคะ ได้มีผู้สนใจโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการจัดอบรมเข้ามาเป็นจำนวนมาก ดิฉันขอถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์สักเล็กน้อยนะคะ ในงานเกษตรภาคใต้ครั้งนี้จะได้จัดให้มีโครงการฝึกอบรมจำนวน 6 โครงการและบรรยายพิเศษทางวิชาการอีก 1 โครงการ ซึ่งมีทั้งโครงการที่เก็บค่าลงทะเบียน และโครงการที่ไม่เก็บค่าลงทะเบียนดังนี้
โครงการที่เก็บค่าลงทะเบียนคือ
1.โครงการอบรม "การพัฒนาระบบการจัดการสวนลองกองในภาคใต้" วันที่ 15-16 สิงหาคม 2546 ห้อง ทธ. 102 งานนี้เก็บค่าลงทะเบียน 400.- บาท
สำหรับโครงการที่ไม่เก็บค่าลงทะเบียนมี 6 โครงการดังต่อไปนี้
1. โครงการอบรม "การเพาะเลี้ยงแมลงกินได้ เพื่อการค้า" วันที่ 15 สิงหาคม 2546 ห้องทธ. 260
2. การอบรม “การเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้แก่มะพร้าวอ่อนน้ำหอม โดยการทำให้เหมาะสมและง่ายต่อการรับประทานฯ” วันที่ 16 สิงหาคม 2546 ห้อง ทธ. 260
3. การบรรยายพิเศษทางวิชาการ เรื่อง “ไบโอดีเซล” และ “เกษตรอินทรีย์ เพื่อชีวิต และสิ่งแวดล้อม”วันที่ 18 สิงหาคม 2546 ห้อง ทธ. 260
4. การอบรม "การพัฒนาระบบการผลิตผักให้ปลอดภัยต่อการบริโภค และสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน" วันที่ 19-20สิงหาคม 2546 ห้อง ทธ. 260
5. โครงการอบรม "การผลิตส้มโอพันธุ์หอมหาดใหญ่ เพื่อการค้าตามวิธีการเกษตรดีที่เหมาะสม" วันที่ 20 สิงหาคม 2546 ห้องทธ. 102
6. การถ่ายทอดเทคโนโลยีวิชาชีพการเกษตรเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เรื่อง “เกษตรอินทรีย์” วันที่21-22 สิงหาคม 2546 ห้อง ทธ. 260
โครงการทั้ง 6 โครงการนี้ ไม่เก็บค่าลงทะเบียน คือนอกจากจะ ฟรี ! แล้ว ยังมีอาหารว่างและเครื่องดื่มไว้บริการอีกด้วย คุณผู้ฟังที่สนใจจะสมัครเข้ารับการอบรมหรือฟังบรรยายพิเศษ เชิญติดต่อสมัครได้ที่คุณดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หมายเลขโทรศัพท์ 074-219-234 หรือ 074-286-059-60 ทุกวันในเวลาราชการ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2546 ค่ะ

ผักแต้ว มีชื่อภาษาท้องถิ่นว่า ติ้ว ติ้วขน ผักแดง และผักแต้ว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า คราท๊อกซ์ไซลั่ม ฟอร์โมซั่ม (Cratoxylum formosum Jack.) ไดเยอร์ สปีชี้ (Dyer ssp.) พรูนิฟลอรั่ม Pruniflorum (Kurz)) โกจิลิน Gogelin จัดอยู่ในวงศ์ กัททิฟีรี้ (Guttiferae)

ผักแต้ว มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วยเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน และวิตามินซี

สรรพคุณของผักแต้วและวิธีใช้ ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของผักแต้วคือ ยอดอ่อน ดอกอ่อน ซึ่งจะให้สรรพคุณดังต่อไปนี้ ค่ะ ยอดอ่อนและดอกอ่อนจะมีรสเปรี้ยว มีแคลเซียมและเบต้าแคโรทีนสูง ต้านอนุมูลอิสระและป้องกันการเกิดโรคกระดูกบางได้ค่ะ

ผักปลัง มีชื่อภาษาท้องถิ่นว่า ผักปลังแดง ผักปลังขาว ผักปลังใหญ่ ผักปรัง และผักปั้ง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า ซีลอนสปิแนช (Ceylon Spinaach) อินเดียนสปิแนช (Indian Spinach)มาลาบาร์ (Malabar) ไนท์เชด (Nightshade) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า บาเซลลา อัลบา(Basella alba L.) จัดอยู่ในวงศ์ บาเซลลาซีอี้ (Basellaceae)

ผักปลัง มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วยโปรตีน(2%) คาร์โบไฮเดรต เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก มีวิตามินสูงคือ วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซินวิตามินซี และเบต้าแคโรทีน

สรรพคุณของผักปลังและวิธีใช้ ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของผักปลังคือ ใบ ยอดอ่อน ก้าน ดอก ราก และต้น ซึ่งแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังต่อไปนี้ ค่ะ
ใบและยอดอ่อน ให้แคลเซียม เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี เบต้าแคโรทีน และมีใยอาหาร ช่วยระบาย หล่อลื่นลำไส้ ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน น้ำคั้นจากใบสดแก้ผื่นแดง แผลสดและแก้ฝี
ใบแก่ ใช้แก้กลาก
ดอก ใช้แก้เกลื้อน หากคั้นน้ำจากดอกของผักปลังซึ่งมีเมือกมากมาทาช่องคลอด จะช่วยให้คลอดลูกง่ายขึ้น สำหรับน้ำคั้นจากผลสุกของผักปลังจะมีสีม่วงแดง ซึ่งเป็นสารจำพวกแอนโทไซยานิน จึงสามารถใช้แต่งสีอาหารและขนมได้
ราก ใช้แก้รังแคและโรคมือเท้าด่าง แก้ท้องผูก
ต้น ใช้แก้ฝีดาษ แก้อักเสบบวม ต้มดื่มแก้ไส้ติ่งอักเสบ ใช้รักษาอาการแน่นท้อง ระบายท้อง
ก้าน ใช้แก้พิษฝี แก้ขัดเบา แก้พรรดึก แก้ท้องผูก และลดไข้

        เอาละค่ะ มาถึงช่วงท้ายของรายการดิฉันขอเชิญชวนคุณผู้ฟังช่วยบอกข่าวต่อๆกันไปนะคะ อย่าลืม อย่าพลาด อย่าละโอกาสอันดีงาม มาเที่ยวชมงานเกษตรภาคใต้ครั้งที่ 11 และงานมอ.วิชาการ ระหว่างวันที่ 15-24 สิงหาคม 2546

        วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” ได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุ มอ. เอฟเอ็ม แปดสิบแปด เม็กกะเฮิร์กซ์ ทุกวันจันทร์ เวลาประมาณสิบห้านาฬิกายี่สิบนาที หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ หรือหากคุณผู้ฟังมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการฯ ก็ตามนะคะ ขอเชิญติดต่อเข้ามาได้ค่ะ ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์ ทางจดหมายจ่าหน้าซองถึง คุณดวงจันทร์เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยและบริการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทรศัพท์กรุณาติดต่อมาที่หมายเลข 074 – 219-234 และ 074 286059-60 ได้ทุกวันในเวลาราชการนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อนค่ะสวัสดีค่ะ
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14   แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999